สายธารแห่งสลัฟ

สายธารแห่งสลัฟ

ดาวน์โหลดไฟล์ PDF กด

http://www.mediafire.com/view/?a4e1g3zhsqr7ti5

ดาวน์โหลดไฟล์คมชัดขนาด A3 (สามารถนำไปใช้เป็นเเบบเรียนในการเรียนการสอนเพื่อเพิ่มความเข้าใจได้) กด http://www.mediafire.com/download.php?073b4xka4mt4670

เรื่องราววิชาการอิสลามทั้งหมดมาจากศาสนทูตมุฮัมหมัดศ็อลฯ(ค.ศ.570- ค.ศ.632) ส่วนผู้ที่คอยสืบทอดมรดกวิชาการความรู้หลังจากท่านรอซูลฯเสียชีวิตจะแบ่งเป็น 3 รุ่นที่รอซูลได้รับรองถึงความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องราวของศาสนาตั้งแต่เรื่องปลีกย่อยเล็กๆน้อยๆในศาสนา เช่นนิ้วต้อง ชี้ หรือ กระดิกตอนนั่งตะชาฮุด ไปจนถึงเรื่องราวการเมืองที่ว่าด้วยการโค่นผู้นำ

ลูกศิษย์รุ่นที่ 1 เรียกว่า ศอฮาบะฮฺ (สหายและลูกศิษย์ของท่านรอซูลฯ)

ลูกศิษย์รุ่นที่ 2 คือยุคตาบิอีนซึ่งจะเป็นลูกศิษย์ของศอฮาบะฮฺ

ลูกศิษย์รุ่นที่ 3 คือยุคที่เรียกว่าตาบิอิตตาบิอีน ซึ่งจะเป็นลูกศิษย์ของตาบิอีน

บุคคลทั้ง 3 รุ่นนี้เรียกว่า “สลัฟ” ซึ่งมีช่วงระยะเวลาอยู่ที่ประมาณ 300 ปี หลังจากรอซูลฯเสียชีวิต ส่วนบรรดาแกนนำ 4 มัซฮับ เช่น อิหม่ามฮานาฟี, อิหม่ามชาฟีอี, อิหม่ามมาลิกและอิหม่ามอะหมัด ทั้งหมดล้วนแล้วแต่อยู่ในยุคสลัฟทั้งสิ้น พวกเขาอาจจะมีประเด็นขัดแย้งบางประการในเรื่องของฟิกห์แต่ระดับการขัดแย้งนั้นไม่รุนแรงถึงขั้นเอาเป็นเอาตาย ทว่าประเด็นเรื่องอากีดะห์หรือหลักศรัทธาที่เป็นตัวชี้วัดถึงการเข้า “สวรรค์” และ “นรก” นั้น พวกเขาไม่มีการขัดแย้งแม้แต่น้อยถึงหลักศรัทธาที่ถูกต้อง และหากจะมีพวกบิดเบือด “หลักศรัทธา” หรือ มีหลักศรัทธาที่ผิดเพี้ยน ได้ปรากฎขึ้นในสังคม พวกเขาจะชี้เตือนให้ประชาชนได้รับทราบและเปิดโปงถึงข้อผิดพลาดเหล่านั้นให้ประจักชัดต่อสังคม เช่น บรรดาศอฮาบะฮฺได้ส่งกองทัพไปปราบปรามพวกยะฮฺมิยะฮฺ และนำแกนนำของกลุ่มนี้ถูกจับมาประหารชีวิต หรือการที่อิหม่ามบุคอรีย์ กล่าวว่า พวกยะฮฺมิยะฮฺ นั้น เลวยิ่งกว่ายิว

เมื่อสิ้นสุดยุคสลัฟ หรือยุค 300 ปี แรกหลังการเสียชีวิตขงรอซูลศ็อลฯ ทุกยุคทุกสมัยนับแต่นั้นมาก็จะมีปราชญ์ผู้สืบสายธารแห่งสลัฟคอยปกป้องศาสนาให้คงความบริสุทธิ์เรื่อยมาจนถึงยุคปัจจุบัน และเช่นเดียวกันกลุ่มหลงผิดทั้งหลายก็จะมีผู้สืบสายธารที่คอยต่อต้านแนวทางสลัฟซึ่งกลุ่มหลงผิดเหล่านี้จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป กลุ่มหลงผิดในยุคสลัฟที่ปรากฎมีดังตัวอย่างต่อไปนี้ เช่น พวกคอวาริด ,พวกยะฮฺมิยะฮฺ,พวกมุรยิอะฮฺ และพวกชีอะฮฺ เป็นต้น ส่วนกลุ่มบิดเบือนแต่ละยุคสมัยก็จะมีการบิดเบือนที่แตกต่างกันไป บางกลุ่มเมื่อยุคสมัยผ่านไปก็จะหายสาบสูญแต่ก็จะมีกลุ่มใหม่ที่ปรากฏออกมาแทนที่ บางกลุ่มก็จะมีตั้งแต่ยุคสลัฟเรื่อยมาจนถึงวันกิยามะฮฺเช่น พวกคอวาริด

บนแผนภาพสายธารแห่งสลัฟ เราได้แบ่งออกเป็น 4 ยุค ซึ่งเป็นยุคสมัยที่มีแกนนำคนสำคัญของผู้สืบทอดสายธารแห่งสลัฟคอยต่อสู้ ตอบโต้และชี้ระบุถึงกลุ่มหลงผิดให้ประชาชนได้รับทราบ ซึ่งเราขอยกตัวอย่างปราชญ์บางท่านให้ผู้อ่านได้รับทราบพอสังเขปเพื่อง่ายต่อการเข้าใจ

ยุคที่1 สลัฟ คือยุคสลัฟที่รวมถึง แกนนำ 4 มัสซับ และปราชญ์ท่านอื่นๆ เช่น ท่านซุฟยาน อัซเซารีย์ (ปราชญ์อวุโส) อบูฮาติม อัรรอซีย์(ปราชญ์ผู้เป็นบิดาแห่งวิชาฮาดิษ) ยะฮฺยา อิบนุ มาอีน(หนึ่งในบบรดาปราชญ์ผู้วางมาตรฐานการตรวจสอบสายรายงานฮาดิษ) และ อิหม่ามบุคอรีย์(ปราชญ์ผู้เข้มงวดในการบันทึกฮาดิษ)

ยุคที่ 2 คือยุคสมัยแห่งชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมิยะฮฺ แกนนำผู้สืบสายธารสลัฟในยุคนี้ คือ ชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมิยะฮฺ(ค.ศ.1263-ค.ศ.1328) ผู้เป็นทั้งมุญาฮิดผู้นำทัพชาวมุสลิมต่อสู้กับกองทัพมองโกล อย่างกล้าหาญและปราชญ์ผู้เขียนตำรานับร้อยในการตอบโต้กลุ่มหลงผิดทั้งหลายในยุคร่วมสมัยของท่าน เช่น ลัทธิชีอะฮฺ 12 อิหม่าม อะชาอิเราะฮฺ รวมถึงพวกคริสเตียน เมื่อท่านเสียชีวิต ลูกศิษย์ของท่านก็ได้สืบทอดแนวทางสลัฟในการต่อสู้กับกลุ่มหลงผิดต่อไป ลูกศิษย์คนสำคัญได้แก่ อิหม่ามซะฮาบีย์ ,ท่านอิบนุกะษีร และอิบนุก็อยยิม เป็นต้น

ยุคที่ 3 อนาจักรออตโตมันอันเสื่อมโทรม เป็นยุคที่โลกมุสลิมทั้งหมดถูกปกครองโดยอะชาอิเราะฮฺ และหากจะดูจากแผนที่แล้วจะมีอนาเขตกว้างใหญ่ไพศาล ทว่าความเป็นจริงแล้วกลับไร้ซึ่งอำนาจในการปกครอง ผู้คนที่เดินทางมาทำฮัจย์จากทั่วสารทิศไร้ซึ่งความปลอดภัย ถูกปล้นสะดม ถูกฉุดคร่าเพราะความอ่อนแอของคอลิฟะฮฺ ที่หลุ่มหลงอยู่กับสุรานารี ผู้คนกราบไหว้สุสาน สัญลักษณ์แห่งการตั้งภาคีมีปรากฏทั่วอนาจักร สุสานท่านรอซูลศ็อลฯเต็มไปด้วยเพชรพลอยที่คนมามาเคารพบูชา ด้วยเหตุผลประการนี้ทำให้ “ชัยคฺมุฮัมหมัด อิบนุ วาฮาบ”(ค.ศ.1703-ค.ศ.1792) ได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมผู้สนับสนุน “อิบนุ ซาอูด” เรียกร้องให้ผู้คนทำลายภาคีต่างๆที่ได้รับการสนับสนุนจากอนาจักรออตโตมันและหันกลับมาสู่ศรัทธาที่ถูกต้องจนถึงขั้นที่อนาจักรออตโตมันต้องยกทัพมาปราบปราม และการต่อสู่ยืนหยัดของท่านในคาบสมุทรอาหรับได้นำมาซึ่งการมีอยู่ของประเทศประเทศซาอุดิอาระเบียปัจจุบัน

ยุคที่ 4 คือยุคปัจจุบัน นี่คือยุคร่วมสมัยเดียวกับเราที่ยังคงมีปราชญ์ผู้สืบทอดสายธารแห่งสลัฟคอยชี้เตือนให้เราระวังถึงการบิดเบือนของกลุ่มหลงผิด ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “มุญัดดิด” (ผู้ฟื้นฟูอิสลามแห่งยุคสมัย)และขึ้นชื่อลือชาในการสร้างความเคียดแค้นอย่างมากให้กับอะชาอิเราะฮฺ, ชีอะฮฺและกลุ่มบิดเบือนอื่นๆ คือ ชัยคฺอัล อัลบานีย์(รอฮิมาฮุลลอฮฺ) ส่วนแกนนำปราชญ์สลัฟระดับโลกท่านอื่นๆได้ แก่ ชัยคฺ อับดุล อาซีส บิน บาส(รอฮิมาฮุลลอฮฺ), ชัยคฺ อุซัยมีน (รอฮิมาฮุลลอฮฺ), ชัยคฺซอและฮฺ เฟาซาน และชัยคฺมุกบิน บิน ฮาดี เป็นต้น หากกลุ่มใดหรือบุคคลใดที่ถูกชี้จากปราชญ์สลัฟเหล่านี้ว่า มีความผิดพลาดและผิดเพี้ยน จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ศรัทธาทุกคนต้องเชื่อฟัง เพราะพวกเขาคือผู้สืบทอดวิชาความรู้ที่มาจากสลัฟโดยตรง

ตัวอย่างกลุ่มบิดเบือนที่ไม่ปรากฏในยุคสลัฟเมื่อ 1400 ปีก่อน แต่เพิ่งจะมาปรากฏในยุคสมัยเดียวกับเราที่มีอิทธิครอบงำผู้ที่ไม่ศึกษาแนวทางสลัฟทั่วโลกได้แก่ กลุ่มอิควาน มุสลิมีน และ ชัยคฺยุซุฟ กอรอฏอวีย์ ปราชญ์แกนนำระดับสูงของอิควาน ด้วยกับความผิดเพี้ยนที่ร้ายแรงของ ชัยคฺยุซุฟ กอรอฏอวีย์ ที่ชอบทำตัวสวนทางกับแนวทางปราชญ์ยุคสลัฟ และรวมถึงทำตัวสวนทางกับ แกนนำ 4 มัซฮับ ในอดีต ปราชญ์ยุคสลัฟชี้ให้ไปขวาแต่กอรอฏอวีย์ ชี้ให้ไปซ้าย ปราชญ์ยุคสลัฟชี้ให้ไปซ้ายแต่กอรอฏอวีย์ ชี้ให้ไปขวา เช่น ฮาดิษที่ มุสลิมจะแตกเป็น 73 กลุ่ม ปราชญ์สลัฟในอดีตบอกเศาะเฮียะฮฺ(เชื่อถือได้) แต่กอรอฏอวีย์ สวนกลับไปว่า ฎออีฟ(อ่อน)นำมาใช้ไม่ได้ ประเด็นเรื่องดนตรีแกนนำ 4 มัซฮับบอกฮารอม(บาป-ฟังไม่ได้) แต่กอรอฏอวีย์บอกฟังได้ และยังมีอีกหลายประเด็นที่ชัยคฺยุซุฟ กอรอฏอวีย์คอยสร้างความคลุมเคลือให้กับศาสนาซึ่งเราไม่สามารถที่จะอธิบายให้ผู้อ่านได้รับทราบหมดภายในหนึ่งหน้ากระดาษ ด้วยเหตุนี้ทำให้ ชัยคฺมุกบิน บิน ฮาดี ปราชญ์ผู้ยึดมั่นในแนวทางสลัฟจำต้องเขียนตำราที่ชื่อ “หุบปากสุนัขที่เห่าหอน ยุซุฟ กอรอฏอวีย์” เพื่อตอบโต้การบิดเบือนหลักการศาสนาของกอรอฏอวีย์ และเช่นกัน ชัยคฺมัชฮูร ฮาซัน อัล ซัลมาน ผู้เป็นศิษย์เอกของชัยคฺอัล อัลบานีย์(รอฮิมาฮุลลอฮฺ) กล่าวถึงกอรอฏอวีย์ในไฟล์บรรยายของท่านว่า

“แท้จริงแล้ว การวินิจฉัยศาสนาของกอรอฏอวีย์ นั้น มีการบิดเบือนอุซุล(แก่นหลักของศาสนา)ที่เลวทรามยิ่งนัก”

" เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องการการที่จะกล่าวว่า แท้จริงกลุมอิควาน นุ้ลมุสลิมีนคือ

จากชาวสุนนะฮ์ เพราะว่าพวกเขานั้น ทําสงครามกับสุนนะฮ์ ชัยคฺอัล อัลบานีย์(รอฮิมาฮุลลอฮฺ) ขณะที่มีชีวิตอยู่ได้กล่าวถึงขบวนการอิควานมุสลิมีนไว้ว่า “มีความชั่วร้ายยิ่งกว่ายิวและคริสเตียน” อีกทั้งทั้งยังกล่าวอีกว่า

" เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องกับการที่จะกล่าวว่า แท้จริงกลุมอิควาน นุ้ลมุสลิมีนคือ

ส่วนหนึ่งจากชาวสุนนะฮ์ เพราะว่าพวกเขานั้น ทําสงครามกับสุนนะฮ์”

เพราะกลุ่มนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างรัฐอิสลามมากกว่าการเรียกร้องไปสู่อากีดะฮฺ(หลักศรัทธา)และมัญฮัจ(แนวทาง)ที่ถูกต้อง ผู้ก่อตั้งขบวนการนี้อย่าง ฮาซัน อัล บันนาผู้มีหลักศรัทธาแบบอะชาอิเราะฮฺ เคยกล่าวถึงขั้นที่ว่า “จงเรียกชีอะฮฺว่าพี่น้อง และห้ามถกกันในเรื่องของหลักศรัทธาที่แตกต่าง”

ด้วยกับความผิดเพี้ยนที่มีหลักศรัทธาและมัญฮัจ(แนวทาง)สวนทางกับปราชญ์ยุคสลัฟ จึงไม่แปลกที่ชัยคฺซอและฮฺ เฟาซาน กล่าวถึงขบวนการอิควานไว้ว่า คือ “หนึ่งใน 72 กลุ่มที่ลงนรก”

"เป็นสิ่งจำเป็นที่มุสลิมทุกคนต้องเรียกตัวเองว่าสะลาฟีย์" [ชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมิยะฮฺ]

ดาวน์โหลดไฟล์คมชัดขนาด A3 (สามารถนำไปใช้เป็นเเบบเรียนในการเรียนการสอนเพื่อเพิ่มความเข้าใจได้) กด http://www.mediafire.com/download.php?073b4xka4mt4670

คำอธิบายรูปภาพในกรอบ ซ้ายสุด, ชัยคฺยูซุฟ กอเราะฮฺฎอวีย์ (อิควาน) บน-ตรงกลาง, โคมัยนีย์ (ชีอะฮฺ) บน-ขวา, อาลี ญัฟฟารีย์ (อะชาอิเราะฮฺ) ล่าง-ตรงกลาง , อบู ฆอตาดะฮฺ อัลฟิลัฏตีน (ตักฟิร) ล่าง-ขวา, ฮารูน ยะฮฺยา (ซูฟี / ความรู้ที่ปลอดภัยที่สามารถศึกษาจากเขาได้คือ ตำราโต้ทฤษฎีวิวัฒนาการ

หมวดหมู่: