วิเคราะห์ปัญหา บิดา-มารดาท่านนบีย์เป็นชาวนรกหรือ ?

 

วิเคราะห์ปัญหา

บิดา-มารดาท่านนบีย์เป็นชาวนรกหรือ ?

โดย อ.ปราโมทย์ ศรีอุทัย.

 

หะดีษเกี่ยวกับเรื่องนี้  มีดังนี้ ...

(1). มีรายงาน จากท่านหัมมาด บินสะละมะฮ์,  จากท่านษาบิต อัล-บุนานีย์, จากท่านอนัส บินมาลิก ร.ฎ. ว่า ...

    أَنَّ رَجُلاَ قَالَ : يَا رَسُوْلَ اللهِ! أَيْنَ أَبِىْ ؟ .. قَالَ : فِى النَّارِ،  فَلَمَّا قَفَّى دَعَاهُ فَقَالَ : إِنَّ أَبِىْ وَأَبَاكَ فِى النَّارِ ...

“ชายผู้หนึ่งกล่าวว่า .. โอ้ท่านรอซู้ลุลลอฮ์  บิดาของฉันอยู่ที่ไหน?,  ท่านนบีย์ตอบว่า .. อยู่ในนรก,  แล้วเมื่อเขาผินหลังให้ท่านนบีย์ก็เรียกเขา แล้วกล่าวว่า .. แท้จริง ทั้งบิดาของฉันและบิดาของท่านอยู่ในนรก” ...

(บันทึกโดยท่านมุสลิม หะดีษที่ 347/203,  ท่านอบูอะวานะฮ์ เล่มที่ 1 หน้า 99,  ท่านอบูดาวูด หะดีษที่ 4718,    ท่านอะห์มัด เล่มที่ 3 หน้า 268,  ท่านอัล-บัยฮะกีย์ เล่มที่ 7  หน้า 190,  ท่านอัล-ญูซะกอนีย์ในหนังสือ “อัล-อะบาฏิล วัลมะนากีรฺ”  เล่มที่ 1  หน้า 233 และท่านอบูยะอฺลา 6/229/3516) ...      

 

(2). มีรายงานจากท่านอบู ฮุร็อยเราะฮ์ ร.ฎ. ว่า ...

      زَارَالنَّبِىُّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَبْرَأُمِّهِ فَبَكَى، وَأَبْكَى مَنْ حَوْلَهُ،  فَقَالَ : إِسْتَأْذَنْتُ رَبِّىْ فِىْ أَنْ أَسْتَغْفِرَلَهَا فَلَمْ يُؤْذَنْ لِىْ، وَاسْتَأْذَنْتُهُ فِىْ أَنْ أَزُوْرَقَبْرَهَا فَأَذِنَ لِىْ، فَزُوْرُواالْقُبُوْرَ!  فَإِنَّهَا تُذَكِّرُالْمَوْتَ ..

“ท่านนบีย์ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะซัลลัมได้ไปเยี่ยมกุบูรฺมารดาของท่าน แล้วท่านก็ร้องไห้ ทำให้คนที่อยู่รอบตัวท่านร้องไห้ด้วย  แล้วท่านจึงกล่าวว่า .. “ฉันขออนุญาตต่อพระผู้อภิบาลของฉันในการขออภัยโทษให้ท่าน(คุณแม่) แต่ฉันไม่ได้รับอนุญาต,  ฉันจึงขออนุญาตต่อพระองค์ในการไปเยี่ยมกุบูรฺของท่าน พระองค์ก็อนุญาตแก่ฉัน  ดังนั้นพวกท่านจงซิยาเราะฮ์กุบูรเถิด เพราะมันจะช่วยเตือนรำลึกพวกท่านเรื่องความตาย” ...

(บันทึกโดย ท่านมุสลิม หะดีษที่ 108/976,   ท่านอัน-นะซาอีย์ หะดีษที่ 2033,  ท่านอิบนุมาญะฮ์ หะดีษที่ 1572,  ท่านอัล-บัยฮะกีย์ เล่มที่ 4  หน้า 76,  และท่านอะห์มัด เล่มที่ 2  หน้า 441) ...

ถามว่า ได้อ่านหะดีษทั้ง 2 บทข้างต้นแล้ว รู้สึกอย่างไรบ้าง ? ...      

แน่นอน .. คำตอบก็คือ มุสลิมที่มีอีหม่านทุกคนย่อม “ทำใจรับ” ลำบากต่อเหตุการณ์ข้างต้นหากเป็นความจริง ...

อย่าว่าให้ทำใจรับเลย  แค่ “คิด” ก็ยังไม่อยากจะคิดเสียด้วยซ้ำ ...

กรณีนี้จึงไม่แตกต่างอันใดกับสาวกของอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งซึ่งมีความศรัทธาอย่างสุดจิตสุดใจในตัวท่าน  จนทำใจรับไม่ได้กับข้อกล่าวหาของสังคมว่า ท่านมีพฤติการณ์ทุจริตคอร์รัปชั่น ...

ขนาดศาลสถิตยุติธรรมตัดสินแล้วว่า ท่านทุจริตคอร์รัปชั่นจริง  ก็ยังยอมรับไม่ได้ แถมกลับกล่าวว่า ท่านถูกกลั่นแกล้งหรือศาลตัดสินลำเอียงไปโน่น ...

สรุปแล้วก็คือ หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่เชื่อว่าท่านทุจริตคอร์รัปชั่นจริง .. ดังการตัดสินของศาล ...

นี่คือเรื่องของความศรัทธา ซึ่งเป็นเรื่องยากที่ใครจะไปคัดค้านหรือลบล้างได้ ...

ผมเอง ยอมรับว่าเป็นอีกผู้หนึ่งที่ “ทำใจรับไม่ได้” เช่นเดียวกันกับคำกล่าวที่ว่า บิดามารดาของท่านนบีย์ ต้องเข้านรก ...

แต่, .. ผมก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่า .. “สมมุติ” ถ้าพิสูจน์ได้ว่าหะดีษทั้ง 2 บทข้างต้นเป็นหะดีษที่ถูกต้อง (صَحِيْحٌ) .. และไม่ขัดแย้งกับอัล-กุรฺอ่านล่ะ?  เราจะว่ายังไง ?

จะเอา “ความรู้สึก” ส่วนตัวมาตัดสิน เพื่อจะเอาชนะคะคานหรือบิดเบือน “หลักฐานที่ถูกต้อง” ของหะดีษเศาะเหี๊ยะฮ์อย่างนั้นหรือ ??? ...  

ถ้ายังยืนกรานปฏิเสธไม่ยอมรับหลักฐานที่ถูกต้อง .. มันก็ไม่แตกต่างอันใดกับสาวกของอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนั้นที่ไม่ยอมรับการตัดสินของศาลสถิตยุติธรรม ..  เพราะยึดถือเอา ความรู้สึกส่วนตัว มาเป็นเครื่องการันตีว่า ผู้ที่ตนศรัทธานั้นบริสุทธิ์ผุดผ่องแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม และปราศจากความด่างพร้อยใดๆทั้งสิ้น ...

อ่านต่อ ดาวน์โหลด กด  http://www.mediafire.com/view/?6fzdbghhtowdgsh

 

หมวดหมู่: