เนาอฺมาน อาลี คาน กับปัญหาการลำดับความสำคัญ

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ

 

وَذَكِّرْ فَإِنَّ الذِّكْرَىٰ تَنفَعُ الْمُؤْمِنِينَ

และจงตักเตือนเถิด เพราะแท้จริงการตักเตือนนั้นจะให้ประโยชน์แก่บรรดาผู้ศรัทธา (51:55 ) 

การสรรเสริญทั้งมวลเป็นสิทธ์ของอัลลอฮฺ ผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ที่ได้ส่งศาสนทูต ศ็อลลัลลอฮุอาลัยฮิวะซัลลัม มายังเราเพื่อให้ดำเนินตามแนวทางของท่าน และเรียกร้องผู้คนด้วยกับแนวทางของท่าน ขออัลลอฮฺทรงประทานพรและศาสนติสุขจงประสบแด่ท่านและวงศาคณาญาติและบรรดาเหล่าอัครสาวกของท่าน และบรรดาผู้เจริญรอยตามแบบอย่างของท่านตราบจนวันกิยามะฮฺ

 

عن عبد الله بن عمر رضي الله عنهما أنه قدم رجلان من المشرق فخطبا فعجب الناس لبيانهما فقال رسول الله صلى الله عليه وسلم إن من البيان لسحرا أو إن بعض البيان لسحر رواه البخاري في صحيحه

รายงานจากท่านอับดุลลอฮ บิน อุมัร รอฎิยัลลอฮุอันฮุมา ได้มีชายสองคนมาจากทางทิศตะวันออกแล้วเขาทั้งสองก็ได้คุฏบะห์ แล้วผู้คนก็ประทับใจกับการบรรยายของเขาทั้งสอง แล้วท่านรซูล(ซ.ล.)ก็ได้กล่าวว่าแท้จริงส่วนหนึ่งจากการบรรยายนั้นย่อมมีไสยศาสตร์อยู่ หรือบางสวนของการยายนั้นย่อมมีไสยศาสตร์ (คำพูดที่สวยหรูที่พาคนฟังเคลิ้มตาม) (รายงานโดย อิหม่ามบุคอรีในหะดิษซอเฮี๊ยะของ เลขหะดิษ4851)

 

     หะดิษข้างต้นชี้ให้เห็นว่า ท่านรซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ยืนยันว่าจะปรากฏมาซึ่งผู้คนหรือกลุ่มคนที่เรียกร้องไปสู่ความหลงผิด และเบี่ยงเบนออกจากแนวทางที่เที่ยงตรง และคำพูดแฝงด้วยไสยศาสตร์ และพวกเขาจะไม่เตือนอุมมะฮฺให้ระวังสิ่งเหล่านั้น รวมทั้งตักเตือนผู้คนให้ออกห่างจากนักพูดเหล่านี้

 

     ชัยคุลอิสลาม อิบนุตัยมิยะฮฺ (เสียชีวิตปี 653 ฮ.ศ.) – รอฮีมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวถึงอะฮฺลุลบิดอะฮฺ ว่า “…ความเสียหายที่พวกเขา(อะฮฺลุลบิดอะฮฺ)ก่อขึ้นกับศาสนา เลวร้ายยิ่งกว่าความเสียหายที่พวกมุชริกีนและอะฮฺลุลกีตาบ กระทำกับเราเสียอีก” มัจมัวอฺ ฟะตะวา 35/159-160

 

      ในยุคของเรา ท่ามกลางนักดาอีย์หลงผิดที่มีมากมาย หนึ่งในนั้นคือ นุอฺมาน อาลี คาน นักพูดที่ได้รับความนิยม มีผู้ติดตามมากมาย ทั้งในยูทูป เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ … และอื่น ๆ ผู้ชื่นชมส่วนใหญ่นั้นเป็นชาวบ้านทั่วไป ที่ขาดความเข้าใจลึกซึ้งในเรื่องอะกีดะฮฺ(หลักศรัทธา) และมันฮัจฺ (แนวทาง) ของบรรดาสะละฟุศศอและฮฺ และมองว่าใครก็ตามที่อ้าง

อัลกุรอ่าน หะดิษ คืออุละมาอฺที่น่าเชื่อถือทั้งนั้น และพวกเขาเกิดความประทับใจ ยิ่งถ้านักพูดเหล่านั้นมีการเล่นมุกตลกขำขัน หรือชอบเล่าเรื่องราวสร้างความเคลิบเคลิ้ม …

 

     สำหรับนุอฺมาน อาลี คาน ที่มีผู้ชื่นชอบมากมาย บางคนถึงกับกล่าวว่า … “เราไม่เห็นสิ่งใดที่ขัดกับกีตาบุลลอฮฺและซุนนะฮฺจากคำพูดและการกระทำของ นุอฺมาน อาลี คาน และตัฟซีรอัลกุรอ่านได้อย่างยอดเยี่ยม ล้ำลึกถึงขั้วหัวใจ”

 

     เพื่อทำความเข้าใจที่ดียิ่งขึ้น เราลองมาดูคำถามเหล่านี้กันก่อน

 

คำถาม : การอ้างอัลกุรอ่าน และอ้างหะดิษ เพียงพอแล้วหรือไม่ที่จะตัดสินความน่าเชื่อถือและความถูกต้องของนักพูดคนนั้น ?

 

คำตอบ : ไม่ใช่อย่างแน่นอน เพราะกลุ่มหลงผิดหรือนักดาอีย์เหล่านั้น ต่างก็อ้างอัลกุรอ่านและหะดิษ แต่อธิบายโดยแนวทางอื่นที่ไม่ใช่มาจากความเข้าใจของสะละฟุศซอลิหฺ

 

คำถาม : แนวทางของชาวสลัฟ ในการเข้าใจอัลกุรอ่านและหะดิษ มีความจำเป็นหรือไม่?

 

คำตอบ : ใช่แล้ว แนวทางสลัฟ คือ สิ่งจำเป็นในการเข้าใจอัลกุรอ่านและหะดิษ ดังที่อัลลอฮฺ ทรงตรัสว่า

 

وَالسَّابِقُونَ الأَوَّلُونَ مِنَ الْمُهَاجِرِينَ وَالأَنصَارِ وَالَّذِينَ اتَّبَعُوهُم بِإِحْسَانٍ رَّضِيَ اللّهُ عَنْهُمْ وَرَضُواْ عَنْهُ وَأَعَدَّ لَهُمْ جَنَّاتٍ تَجْرِي تَحْتَهَا الأَنْهَارُ خَالِدِينَ فِيهَا أَبَدًا ذَلِكَ الْفَوْزُ الْعَظِيمُ

“บรรดาบรรพชนรุ่นแรกในหมู่ผู้อพยพ(ชาวมุฮาญิรีนจากมักกะฮฺ) และในหมู่ผู้ให้ความช่วยเหลือ(ชาวอันศ็อรจากมะดีนะฮฺ) และบรรดาผู้ดำเนินตามพวกเขาด้วยการทำดีนั้น อัลลอฮฺทรงพอพระทัยในพวกเขา และพวกเขาก็พอใจในพระองค์ด้วย และพระองค์ทรงเตรียมไว้ให้พวกเขาแล้ว ซึ่งบรรดาสวนสวรรค์ที่มีแม่น้ำหลายสายไหลผ่านอยู่เบื้องล่าง พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล นั่นคือชัยชนะอันใหญ่หลวง” (ซูเราะฮฺ เตาบะฮ อายะฮฺที่ 100)

 

คำถาม : มีคำแนะนำจากสลัฟให้ตรวจสอบ(อากีดะฮฺและมันฮัจ)ของผู้ที่เราจะรับความรู้จากเขาก่อน ใช่หรือไม่ ?

 

คำตอบ : ใช่แล้ว ชาวสลัฟได้ตักเตือนเน้นย้ำว่าจะต้องไม่รับความรู้จากผู้ใดเว้นแต่จะต้องมาจากชาวซุนนะฮฺ อิหม่ามมูฮัมมัด บิน ซีรีน(เสียชีวิตปี 110 ฮ.ศ.)-รอฮิมะฮุลลอฮฺ ได้กล่าวว่า “แท้จริงความรู้(อิสลาม) คือ ศาสนา จงพิจารณาดูเถิดว่ารับมันมากจากใคร”

 

คำถาม : จริงหรือไม่ที่ นุอฺมาน อาลี คาน ไม่ได้ให้ความสำคัญกับคำถามที่เกี่ยวข้องกับอะกีดะฮฺ และอิหม่าน ที่กล่าวถึงคุณลักษณะของอัลลอฮฺ ตะอาลา ?

 

คำตอบ: ใช่แล้ว ลองดูจากคลิปที่ 1 (http://salafiaudio.files.wordpress.com/2014/04/the-reality-of-e2809cnouman-ali-khane2809d-1.mp4) ที่นุอฺมาน พยายามสร้างสิ่งที่เป็นเท็จ ด้วยคำถามที่ว่า “อัลลอฮฺอยู่ไหน” ว่าไม่ใช่คำถามที่สำคัญเลยและอัลลอฮฺ หรือบรรดาซอฮาบะฮฺจะไม่ถามคำถามเหล่านี้กัน และนุอฺมาน ยังกล่าวอีกว่าเรื่องนี้จะต้องทำลายมันทิ้งไป…

 

ชาวซุนนะฮฺเขากล่าวกันอย่างนี้หรือ ? ไม่ใช่คำถามนี้ดอกหรือที่ท่านรซูลได้ถามต่อทาสหญิง ที่บันทึกในซอฮิฮฺมุสลิม ? ชาวสลัฟไม่ได้ยืนหยัดต่อต้านพวกที่ปฏิเสธว่าอัลลอฮฺไม่ได้อยู่บนอะรัชกระนั้นหรือ ? (ความรู้เพิ่มเติม : http://www.abovethethrone.com)

 

เพิ่มเติมในประเด็นนี้

 

อัลลอฮ์ทรงตรัสว่า :

أَأَمِنتُم مَّن فِي السَّمَاءِ أَن يَخْسِفَ بِكُمُ الْأَرْضَ فَإِذَا هِيَ تَمُورُ

พวกเจ้าจะปลอดภัยละหรือ จากผู้ที่อยู่เหนือ ฟากฟ้าจะให้แผ่นดินสูบพวกเจ้า ขณะที่มันนั้นสั่นไหว” [ซูเราะห์ อัลมุลก์ : 16]

 

ท่าน มูฮำหมัด บิน ยะซีด อธิบายว่า :

والسؤال عن كل ما يعقل بـ”مَن” كما قال عز وجل: {أأمنتم من في السماء أن يخسف بكم الأرض}. فـ”مَن” لله عز وجل

และการถามคำถามด้วยกับคำว่า “มัน(ที่แปลว่าใครหรือผู้ใด-ผู้ที่ในภาษาอาหรับ)” จากทุกๆสิ่งที่มีสติปัญญา ดังเช่นที่ อัลลอฮ์ อัซซะวะญัล ได้ตรัสว่า “พวกเจ้าจะปลอดภัยละหรือ จากผู้ที่อยู่เหนือ ฟากฟ้าจะให้แผ่นดินสูบพวกเจ้า…” ดังนั้น เฉพาะคำว่า “มัน” ณ ที่นี่ ใช้สำหรับพระองค์เท่านั้น [อัลมุกตะศ๊อบ เล่ม 2 หน้า 51]

 

อิหม่ามอะหมัด (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)กล่าวว่า:

أَنْكَرْتُمْ أَنْ يَكُونَ الله عَلَى العَرْشِ، وَقَدْ قَالَ الله تَعَالَى: “الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى” وقَالَ: “خَلَقَ السَّمَاوَاتِ وَالأَرْضَ فِي سِتَّةِ أَيَّامٍ ثُمَّ اسْتَوَى عَلَى الْعَرْشِ”، وَقَدْ أَخْبَرَنَا أَنَّهُ فِي السَّمَاءِ فَقَالَ: “ءَأَمِنتُم مَّن فِي السَّمَاء أَن يَخْسِفَ بِكُمُ الأَرْضَ”، “أَمْ أَمِنتُم مَّن فِي السَّمَاء أَن يُرْسِلَ عَلَيْكُمْ حَاصِبًا

 

พวกท่านคัดค้าน การที่อัลลอฮ ทรงอยู่บนบัลลังค์ ทั้งๆที่อัลลอฮตะอาลาตรัสว่า “

الرَّحْمَنُ عَلَى الْعَرْشِ اسْتَوَى

ผู้ทรงเมตตาทรงสถิตอยู่บนบัลลังก์

خَلَقَ السَّمَاوَاتِ وَالأرْضَ فِي سِتَّةِ أَيَّامٍ ثُمَّ اسْتَوَى عَلَى الْعَرْشِ

แท้จริงพระผู้อภิบาลของพวกเจ้านั้น คืออัลลอฮฺผู้ทรงสร้างบรรดาชั้นฟ้าและแผนดินภายในหกวันแล้วทรงสถิตย์อยู่บนบัลลังก์….

และทรงบอกเราว่าพระองค์อยู่บนฟ้า เพราะทรงตรัสว่า

ءَأَمِنتُم مَّن فِي السَّمَاء أَن يَخْسِفَ بِكُمُ الأَرْضَ

พวกเจ้าปลอดภัยหรือ? จากการที่พระผู้ทรงอยู่บน ฟากฟ้าจะให้แผ่นดินสูบพวกเจ้า

أَمْ أَمِنتُم مَّن فِي السَّمَاء أَن يُرْسِلَ عَلَيْكُمْ حَاصِبًا

หรือพวกเจ้าปลอดภัย(จาก)ผู้อยู่ในชั้นฟ้า ที่จะส่งลมหอบหินลงมาทับถมเหนือพวกเจ้า

หลังจากนั้นท่านอิหม่ามอะหมัดสรุปว่า

فَهَذَا خَبَرُ اللهِ أَخْبَرَنَا أَنَّهُ فِي السَّمَاءِ

และนี้คือ การบอกเล่าของอัลลอฮ ทรงบอกเราว่า พระองค์อยู่บนฟ้า

อัรรอ็ดอะลัซซะนาดีกวัลญะฮมียะฮ หน้า 48- 49

อิหม่าม บัยฮะกีย์(ฮิจเราะห์ ที่ 458)

 

(وقال {أَمِنْتُمْ مَنْ فِي السَّمَاءِ} وأراد من فوق السماء ، كما قال {وَلَأُصَلِّبَنَّكُمْ فِي جُذُوعِ النَّخْلِ} [طه : 71] يعني على جذوع النخل ، وقال {فَسِيحُوا فِي الْأَرْضِ} [التوبة : 2] يعني على الأرض ، وكل ما علا فهو سماء ، والعرش أعلى السماوات ، فمعنى الآية والله أعلم: أأمنتم من على العرش ، كما صرح به في سائر الآيات)

الاعتقاد والهداية إلى سبيل الرشاد على مذهب السلف وأصحاب الحديث- تأليف البيهقي (ص116)

พระองค์ตรัสว่า “พวกเจ้าจะปลอดภัยหรือจากผู้ที่อยู่ในท้องฟ้า” พระองค์ต้องการ(บอกว่า)พระองค์คือ ผู้ที่อยู่เหนือชั้นฟ้า เช่นที่พระองค์ตรัสว่า “และฉันจะเอาพวกท่านไปตรึงไว้ในต้นอินทผลัม”(ซูเราะฮฺฎอฮา อายะฮฺที่ 71) หมายถึงบนต้นอินทผลัม(ไม่ใช่ในอินทผาลัม فِي جُذُوعِ النَّخْلِ) และที่พระองค์ตรัสว่า “ดังนั้นพวกท่าน จงท่องเที่ยวไปในแผ่นดิน”(ซูเราะฮฺอัตเตาบะฮฺ อายะฮฺที่ 2) หมายถึงบนแผ่นดิน(ไม่ใช่มุดดินลงไปเที่ยวใต้แผ่นดิน فَسِيحُوا فِي الْأَرْضِ) และทุกๆสิ่งที่อยู่เหนือขึ้นไปนั่นก็คือชั้นฟ้า และอัล-อัรชฺ(บัลลังก์)นั้นอยู่ข้างบนสุดของชั้นฟ้าทั้งหลาย และนี่คือความหมายของอายะฮฺดังกล่าว วัลลอฮุอะอฺลัม(อัลลอฮฺทรงรู้ดีที่สุด) พวกเจ้าจะปลอดภัยหรือจากผู้ที่อยู่เหนืออัรชฺ(บัลลังก์) ดังเช่นที่พระองค์ได้ชี้แจงไว้ในอายะฮฺต่างๆที่เหลืออยู่อื่นๆ

 

[จากหนังสือ อัลเอี๊ยะติกอด วัลฮิดายะห์ อิลาซะบีลิรเราะซาจ อะลามัซฮะบิสสะละลัฟ วะอัศฮาบิ้ลฮะดีษ หน้าที่ 116]

 

ฟังความรู้เพิ่มเติมในเสวนาหัวข้อ อัลลอฮฺอยู่ใหน

https://www.youtube.com/watch?v=9_piX7W2WXQ

คำถาม : รู้หรือหรือไม่ว่า นุอฺมาน อาลี คาน ไม่มองว่าการจัดงานเมาลิดเป็นบิดอะฮฺ ?

 

คำตอบ : ดูจากคลิปที่ 2 (http://salafiaudio.files.wordpress.com/2014/04/the-reality-of-e2809cnouman-ali-khane2809d-2.mp4) เขากล่าวว่า จะไม่ขอให้ความเห็นใดๆ ในเรื่องการจัดเมาลิดนบี เพราะมัน “ไม่ใช่ปัญหา” เป็นไปได้อย่างไรที่ชาวซุนนะฮฺจะไม่ตำหนิและให้ออกห่างจากการกระทำที่ถูกติดสินว่าเป็นบิดอะฮฺ จากบรรดาอุละมาอฺ ? เมาลิดมีร่องรอยจากท่านนบีหรือซอฮาบะฮฺได้กระทำสิ่งนี้หรือไม่? ทำความเข้าใจความอันตรายของบิดอะฮฺ (http://www.bidah.com/)

 

ปราชญ์ไม่ได้นิ่งเงียบในเรื่องบิดอะฮฺ จะเเยกเเยะให้ผู้คนได้ระวัง

https://www.youtube.com/watch?v=eMTYeiTmFek

คำถาม: รู้หรือไม่ว่านุอฺมาน อาลี คาน ได้ร่วมบรรยายกับพวกซูฟีย์ที่อันตรายทีสุด และพวกที่เรียกร้องไปสู่ชิริกและบิดอะฮฺในปัจจุบัน เช่น อะบีบ อะลี อัล-ยิฟรี, ฮัมซะฮฺ ยุซุฟ ,อัมรฺ คอลิด เป็นต้น

 

คำตอบ: ดูจากคลิป 3 (http://salafiaudio.files.wordpress.com/2014/04/the-reality-of-e2809cnouman-ali-khane2809d-3.mp4) แสดงให้เห็นความหลงผิดอย่างชัดเจน ซึ่งจะพบการสอนของเขามีความเข้าใจที่ผิดพลาดอย่างมาก ท่านรซูล ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า ” ผู้ใดอุตริทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ไม่ได้อยู่ในแนวทางของเรา สิ่งนั้นย่อมถูกปฏิเสธ “(อัล-บุคอรียฺ และมุสลิม)

 

อิหม่ามอิบรอฮีม อัล-นากาอีย์ (เสียชีวิต 96 ปีฮิจเราะฮฺ – รอฮีมะฮุลลอฮฺ) ได้กล่าวว่า “อย่าได้นั่งกับพวกอะฮฺลุลอะฮฺวาอฺ(พวกเอาอารมณ์เป็นใหญ่) แท้จริงการนั่งร่วมกับพวกเขาเป็นเหตุให้รัศมีแห่งอิหม่าน หลุดไปจากหัวใจ และดึงความงดงามออกจากใบหน้า และเป็นเหตุให้ความเกลียดชังเข้าอยู่ในหัวใจของผู้ศรัทธา” (Ibn Battah’s Al-Ibaanah no. 375 )

 

อิหม่าม อบู กิลาบะฮฺ (เสียชีวิตปี 140 ฮิจเราะฮฺศักราช – รอฮิมะฮุลลอฮฺ) กล่าว่า “อย่าได้นั่งร่วมกับอะฮฺลุลอะฮฺวาอฺ และอย่าได้โต้เถียงกับพวกเขา ฉันไม่รู้สึกปลอดภัยว่าพวกเขาจะทำให้คุณดื่มด่ำกับความหลงผิดของพวกเขา หรือสร้างความสับสนให้กับท่านในสิ่งที่ท่านรู้มาก่อนแล้ว” (Ibn Battah’s Al-Ibaanah no. 369)

 

จากอิบนุอับบาส กล่าวว่า “ท่านจงอย่านั่งร่วมกับพวกอารมณ์นิยม แท้จริง การนั่งร่วมกับพวกเขาทำให้หัวใจป่วย” (บันทึกโดย อัลอาญะรีย์ อิบนุบัฎเฎาะฮ์)

 

อีม่ามอะหมัด บิน ฮัมบัล กล่าวว่า “พวกบิดอะฮนั้นไม่สมควรอย่างยิ่งที่คนคนหนึ่งจะนั่งร่วมกับเขา เเละปะปนกับพวกเขา เเละปลื้มปิติยินดีกับพวกเขา” (شرح السنة ص 121)

 

อีม่ามอัลบัรบาฮารี้ กล่าวว่า “เมื่อท่านเห็นชายคนหนึ่งนั่งอยู่กับชายที่มาจากพวกบิดอะฮ ท่านจงตักเตือนให้เขาระวัง เเละจงทำให้เขารับรู้ เเต่หากเขายังนั่งร่วมกับชายดั่งกล่าวภายหลังที่รู้เเล้ว ท่านก็จงระวังตัวเองจากเขาเสีย เนื่องจากเขาคือ ผู้คล้อยตามอารมณ์” (الإبانة 4/260)

 

อีม่ามอิบนุบัฏเฏาะ อัลอักบารี้ หรือ อัลอักบูนี้ กล่าวว่า “เเละถือว่าเป็นสุนนะฮอย่างหนึ่ง ซึ่งออกห่างจากทุกๆคนที่มีความเชื้อดังที่เราได้กล่าวเอาไว้ข้างต้น (ความเชื้อบิดอะฮ) เเละการปลีกตัวออกจากเขาเช่นกัน เเละการโกรธเคืองต่อเขา เเละเช่นเดียวกันการปลีกตัวออกห่างจากคนที่มีสัมพันธ์ไมตรีอันดีกับเขา ช่วยเหลือเขา ปกป้องเขา คบหากับเขา ถึงเเม้ว่าผู้ที่กระทำดังกล่าวจะเปิดเผยภายนอกที่เป็นสุนนะฮก็ตามเเต่”

 

สุดท้ายนี้ ขอสรุปด้วยการกล่าวว่า พี่น้องไม่ควรรับความรู้ที่มาจากนุอฺมาน อาลี คาน เพราะที่จริงแล้วการเรียกร้องไปสู่แนวทางสลัฟ ไม่ใช่แค่พูดเรื่องกว้าง ๆ ทั่วไป แต่พวกเขาจะเจาะลึกไปยังประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอะกีดะฮฺและมันฮัจฺ ด้วยความรู้ที่ให้กระจ่างชัด ทั้งการสั่งใช้ความดี (สอนเตาฮีด สอนอากีดะฮฺ) และห้ามปรามความชั่ว (ชิริก บิดอะฮฺ และความชั่วร้ายต่างๆ) และไม่เอาความจริงกับเท็จมาปนกัน…

 

อินชาอัลลอฮฺ นี่คือข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้ที่บริสุทธิ์ใจในการแสวงหาสัจธรรม เพื่อให้แยกแยะว่าอะไรที่เขาเรียกร้องผู้คน และอะไรคือความจริง ขอให้อัลลอฮฺทรงนำทางเขาและพวกเรา ในสิ่งที่ประองค์ทรงโปรดปราน, อามีน

 

สำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้อิสลาม และมีความเข้าใจจากนักวิชาการผู้ยืนหยัดในแนวทางสลัฟ (ภาษาอังกฤษ ในเว็บนี้ได้ http://goo.gl/vrvHAA

 

การเสพยา เป็นบาปใหญ่และเป็นการทำลายตัวเองและส่งผลกระทบต่อชุมชน แต่การมีอะกีดะฮฺที่ผิดเพี้ยน มีชิริก และบิดอะฮฺนั้นชั่วร้ายยิ่งกว่า ดังที่ชัยคฺซอลิหฺ อัล-เฟาซาน หะฟีซอฮุลลอฮฺ ได้กล่าวว่า “ผู้ที่ทำบิดอะฮฺจะถูกลงโทษอย่างรุนแรง บิดอะฮฺชั่วร้ายกว่าบาป บิดอะฮฺเป็นที่รักของชัยตอนมากกว่าบาป เพราะผู้ทำบาปสามารถกลับใจได้ – อิหม่าม ซุฟยาน อัษ-เษารียฺ (เสียชีวิตปี 161 ฮิจเราะฮฺ) ได้กล่าวว่า “บิดอะฮฺเป็นที่รักยิ่งของอิบลิสมากกว่าทำบาป(ทั่วไป) เพราะบาปสามารถสำนึกกลับใจได้ ในขณะที่บิดอะฮฺ ผู้ทำบิดอะฮไม่สามารถกลับใจจากมันได้” (Majmoo’-ul-Fataawaa (11/472)

 

แต่สำหรับผู้ที่ทำบิดอะฮฺ พวกเขาจะไม่สำนึกผิด เพราะคิดว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเป็นสิ่งถูกต้อง ตรงข้ามกับบาปทั่วไปที่ผู้กระทำรู้ตัวว่าตัวเองกำลังผ่าฝืนคำสั่งของอัลลอฮฺอยู่ เป็นเหตุให้บิดอะฮฺมีความเลวร้ายกว่าบาปทั่วไป และสิ่งนี้เป็นเหตุให้สลัฟได้ตักเตือนให้ระวังจากการนั่งร่วมกับอะฮฺลุลบิดอะฮฺ

 

(เพิ่มเติมในประเด็นนี้ http://www.printfriendly.com/print?url=http%3A%2F%2Fsalaf-us-saalih.com%2F2010%2F12%2F28%2Fwho-will-have-a-worse-punishment-in-the-hereafter-the-sinners-or-the-innovators%2F)

 

รายละเอียดเพิ่มเติม http://ahlulbidahwalhawa.com/2014/04/08/the-reality-of-nouman-ali-khan/

 

วัลลอฮุอะลัม
 

REF : http://salafyvanguard.wordpress.com/2014/11/19/%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%BA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B5-%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D/