เพลิงเผาผลาญฮิซบียูน*เพจอัซซาบิกูน(สะมะดียูน) ภาค 7.

เพลิงเผาผลาญฮิซบียูน*เพจอัซซาบิกูน(สะมะดียูน) ภาค 7.

--------------------------------
คำถามเช็คมันฮัจญ์ !?

ดูคำถามที่เพจอัซซาบิกูน ตั้งนะครับ

จากคำถามที่ว่า

อยากทราบจุดยืนของพวกท่าน (กลุ่มที่ใช้ชื่อของเรา อัซซาบิกูน) ขณะนี้มีแนวทาง มีจุดยืนและความเข้าใจอย่างไร ในประเด็นต่อไปนี้

1. มีความเห็นอย่างไร เกี่ยวกับเชค อับดุลลอฮฺ บิน ญิบรีน ? เป็นสะละฟีย์หรือไม่ ?

2. มีความเห็นอย่างไรต่อผู้ที่ชื่นชม ซัยยิต กุฏบฺ ยกย่องว่าท่านเป็นชะฮีด ? ชื่นชมหนังสืองานเขียนของท่าน ? อีกทั้งรับรองว่าอิควานเป็นอะฮฺลุซซุนนะฮฺ.. บุคคลที่เชื่อแบบนี้ ถือเป็นอะฮฺลุซซนนะฮฺหรือไม่ ?

----------------------------------------

คำตอบชี้แจง

ก่อนจะให้ตอบสิ่งที่ถามมา ผมอยากทราบว่า คุณจำแนกความต่างระหว่างการอิจติฮาดบนเกาะวาอิดของซุนนะฮฺ กับการสร้างเกาะวาอิดใหม่และการอิจติฮาดบนเกาะวาอิดใหม่ที่ไม่ใช่ซุนนะฮฺไหม???

หรือหากจะให้ถามใหม่ คุณตอบได้ไหมว่า ทำไมอิมามหะนะฟีย์มีอิรยาอฺแต่ไม่ออกจากอะฮฺุลุซซุนนะฮฺ แต่พวกมุรญิอะฮฺมีการอิรญาอฺทำไมจึงถูกตับดีอฺ หากคุณตอบคำถามนี้ได้ก็จะตอบคำถามที่ถามมาได้ หากตอบไม่ได้ก็ไปศึกษาไม่มีใครเขาว่างมาเถียงทั้งวันครับ.?????

คุณทราบหรือไม่ว่า อะอฺลุซซุนนะฮฺมีมติเอกฉันท์ว่าคนตายในหลุมสามารถได้ยินเสียงคนเป็น แล้วคุณทราบหรือไม่ว่าคนที่ปฏิเสธเรื่องนี้สามารถทำการตับดีอฺได้เลยนี่คือคำฟัตวาของอิบนุตัยมียะฮฺ แต่คุณทราบหรือไม่ว่าท่านหญิงอาอิชะฮิกลับปฏิเสธความเชื่อนี้ ? ตกลงคุณจะอธิบายอย่างไรกับการที่แนวทางซุนนะฮฺทำการตับดีอฺคนที่ปฏิเสธความเชื่อนี้แต่ยกเว้นท่านหญิงอาอิชะฮฺ? หากอ่านเนื้อหาที่ชี้แจงเป็นข้อๆข้างล่างที่แอดมินกำลังจะเขียน คำถามนี้คุณก็จะตอบได้.????

คุณตอบได้ไหมว่าทำไมอิมามนะวาวียฺ ถึงไม่ถูกตับดิอฺ แต่อะชาอิเราะห์ทั่วๆไปจึงถูกตับดิอฺ???

ทำไมอิมามนะวะวีย์ทำเมาลิดแต่อรัช นภ อ.มุรีด ไม่เรียกว่า บดอ. แต่ทำไม อ.กอเซ็มและคณะเก่าทำเมาลิดแล้วถูกเรียกว่า บดอ.?????

ทำไมเชคเราะชีด ริฎอ ปฏิเสธมุอฺญิซาตการเกิดของนบีอีซาแต่ไม่ถูกตักฟีร แต่ทำไมมุฮัมมัดอะลีและกลุ่มก็อดยานีถูกตักฟีรจากข้อหานี้ได้??????

สาเหตุที่ท่านชัยคฺญิบรีลปกป้องซัยยิดกุตบฺแต่ไม่โดนตับดีอฺนั้น ผู้ถามได้ถามเพื่อหาความรู้หรือถามเพื่อต้องการลองภูมิ หากถามเพื่อต้องการลองภูมินั้นผู้ถามควรไปหาความรู้มาให้มากก่อนมาเปิดประเด็น ท่านเชคญิบรีนท่านไม่ได้ปกป้องซัยยิดกุตุบบนฐานของความผิด หมายถึงท่านมองว่าข้อครหาที่มีการให้ต่อซัยยิดกุตุบฺนั้นไม่ชัดเจน คือซัยยิดกุตุบไม่ได้เป็นตามที่กล่าวหา ตรงนี้ต่างกับการมองว่าซัยยิดกุตบฺผิดแต่ปกป้องแบบหัวชนฝา พฤติกรรมของเชคญิบรีนเช่นนี้ทำให้นักปราชญ์ไม่ตับดีอฺตัวท่านเนื่องจากท่านไม่ได้ฝืนเกาะวาอิดของแนวทางสะลัฟ เพราะท่านเชคญิบรีลยืนยันว่าความผิดตามที่มีการกล่าวหานั้น เป็นความผิดร้ายแรงทำให้ออกจากแนวทางสะลัฟจริง แต่ท่านเชคไปเข้าใจว่าซัยยิดกุตุบไม่ได้ผิดตามนี้ ยำ้ว่า นี่คือความเข้าใจของเชคญิบรีน ส่วนความเข้าใจของท่านจะถูกหรือไม่เป็นอีกเรื่องนึง เพราะมีนักปราชญ์ออกมาตอบโต้เชคญิบรีล เช่น เชคญิบรีลเคยโดนถามว่าคนที่บอกว่าอิสลามกับคอมมิวนิสมีรากเหง้าเดียวกัน ข้อตัดสินว่าอย่างไร ท่านเชคก็ตอบว่ากุฟรฺ แต่ท่านเชคญิบรีลไม่ทราบว่าคนที่พูดเช่นนี้คือซัยยิดกุตุบ ฉะนั้นการที่เชคญิบรีลไม่โดนขับออกจากแนวทางสะลัฟเพราะท่านไม่ได้ปฏิเสะเกาะวาอิดของแนวทางสะลัฟ แต่ท่านเพียงแต่มองว่าซัยยิดกุตตุบไม่ได้เป็นไปตามที่มีคนอ้างว่าผิดแบบนั้นแบบนี้ ยำ้ว่า นี่คือความเข้าใจของเชคญิบรีน ส่วนความเข้าใจของท่านจะถูกหรือไม่เป็นอีกเรื่องนึง เพราะมีนักปราชญ์ออกมาตอบโต้เชคญิบรีล

อุปมาได้กับ ท่านอิบนุหะยัร รู้กฎของหะดีษดีว่าแบบไหนดออีฟ แบบไหนศอฮีฮฺ แต่บางครั้งท่านไปให้หะดีษดออีฟเป็นเศาะฮีฮฺไม่ใช่เพราะบิดกฎเกณฑ์หะดีษ แต่เพราะข้อมูลของผู้รายงานมันเคลื่อน กรณีเช่นนี้มันต่างกับคนที่สร้างกฎใหม่ให้หะดีษดออีฟเป็นศอฮีฮฺ แบบหลังนี้บิดเบือน บอกว่าดออีฟใช้ได้เรื่องอิบาดะฮฺบ้าง เชคญิบรีนก็เหมือนกัน สิ่งที่พิสูจน์ว่าเชคญิบรีลมีการตามเกาะวาอิดของแนวทางสะลัฟหากแต่อาจเกิดการเข้าใจผิดในรายละเอียดนั้น ดูได้จากการที่เชคญิบรีนได้โจมตี ดร.ก็อรดอวีย์ ไว้ว่า

نص السؤال : فقد كثر في الآونة الأخيرة تساهل يوسف القرضاوي مفتي قطر ، وبذلك يدعو للتقريب مع الرافضة ، و جواز التمثيل مع النساء والرجال ، ودفاعه عن أهل البدع من الأشاعرة وغير لك ؟ فما هو نصيحتكم تجاه هذه الفتاوى التي تصدر أمام الناس ؟ فأجاب فضيلة الشيخ حفظه الله " لا شك أن هذا الرجل معه هذا التساهل ، سبب ذلك أنه يريد أن يكون محبوباً عند عامة الناس ، حتى يقولوا أنه يسهل على الناس ، وأنه يتبع الرخص ويتبع اليسر ، هذه فكرته ، فإذا رأى أكثرية الناس يميلون إلى سماع الغناء قال :إنه ليس بحرام ، وإذا رأى أن أكثر الناس يميلون إلى إباحة كشف المرأة وجهها ، قال : إن هذا ليس بحرام ؛ أنه يجوز لها كشف وجهها عند الأجانب . وهكذا فلأجل ذلك صار يتساهل حتى يرضي أكثرية الناس ، فنقول لك لا تستمع إلى فتاواه ، وعليك أن تحذرها ، وأن تتمسك بالحق . والحق والحمد لله واضح ، والأدلة عليه كثيرة .وكون هؤلاء هو أو غيره يسعون في التقريب مع الرافضة ، ومع المبتدعة ؛ حتى مع الكفار كالنصارى واليهود هذا من زلاتهم ، ولايجوز أن نقلدهم في خطاياهم وزلاتهم ، في الحديث " اتقوا زلة العالم ، وجدال المنافق بالقرآن ، فقيل : كيف نعرف أن العالم يزل ؟ فقال : إذا رأيتم منه أو سمعتم منه الكلمة التي تستنكرونها وتعجبون منها أنها من زلة العالم

คำถามมีอยู่ว่า: เมื่อไม่นานมานี้ ได้ปรากฎว่ามีคำฟัตวาที่หย่อนยานของยูซูฟอั้ลก่อรอฎอวีย์ออกมามาก ซึ่งเขาผู้นี้เป็นมุฟตีของกาตาร์ และในฟัตวานั้นเขาได้เรียกร้องให้มีการเชื่อมสัมพันธ์กับพวกรอฟิเฎาะฮฺ และอนุญาตให้มีการแสดงระหว่างชายกับหญิงอีกทั้งเขานั้นยังได้ปกป้องพวกบิดอะฮฺเช่นพวกอะชาอิฮฺและพวกอื่นๆ ท่านจะให้คำแนะนำอย่างไรเมื่อต้องเจอกับฟัตวาเช่นนี้ ที่ถูกนำออกสู่ประชาชน ? ท่านเชค (ขออัลลอฮฺทรงปกปักษ์รักษาท่านด้วย)ได้ตอบว่า ไม่เป็นที่สงสัยเลยว่าเขาผู้นี้มีความหย่อนยานเช่นที่ว่านี้ สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็อันเนื่องมาจากการที่เขาต้องการให้คนทั่วไปรักและคนชอบในตัวเขา เพื่อที่ผู้คนทั่วไปจะได้กล่าวว่า เขาได้ทำให้เกิดความง่ายดายกับประชาชน โดยที่เขานั้นยึดเอาข้อยกเว้นและปฎิบัติในสิ่งที่เป็นความง่ายดาย นี้คือแนวความคิดของเขา ดังนั้นเมื่อเขาเห็นว่าผู้คนส่วนใหญ่โน้มเอียงไปในเรื่องการชอบฟังดนตรี เขาจึงกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ฮะรอม และเมื่อเขาเห็นว่าผู้คนส่วนใหญ่โน้มเอียงไปในเรื่องที่อนุญาตให้สตรีเปิดหน้าได้ เขาจึงกล่าวว่า สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่ฮะรอมแต่อย่างใด หากแต่ว่าอนุญาตให้สตรีเปิดเผยใบหน้าของตนเองกับคนที่แปลกหน้าได้ (ผู้ที่ไม่ใช่มะห์รอม- ผู้แปล) เช่นนี้แหละ ด้วยเหตุอันนี้ที่เขาผู้นี้เป็นผู้ที่หละหลวมหย่อนยานทั้งนี้ก็เพี่อที่จะทำให้คนส่วนใหญ่พอใจ ดังนั้นเราขอกล่าวกับพวกท่านทั้งหลายว่า จงอย่าได้ไปรับฟังคำฟัตวาของเขาผู้นี้ และท่านยังจะต้องระวังออกห่างฟัตวาของเขาอีกด้วย และท่านจะต้องยึดมั่นอยู่กับความจริง อั้ลฮัมดู่ลิ้ลลาฮฺ สัจธรรมความจริงนั้นเป็นที่ชัดเจน และหลักฐานที่จะคัดค้านเกี่ยวกับเขานั้นมีมากมาย และสภาพที่เขาเป็นอยู่นี้หรืออื่นจากเขาที่พยายามให้เกิดการเชื่อมสัมพันธ์กับรอฟีเฎาะฮฺ และกับพวกบิดอะฮฺ หรือแม้แต่ กับพวกคริสต์และยิว นี่คือความผิดพลาดของพวกเขา และไม่อนุญาตให้ยึดตามในความผิดพลาดพวกเขา และมีกล่าวเอาไว้ในฮะดีษว่า “ พวกท่านทั้งหลายจงระวังความผิดพลาดของผู้รู้ และการเถียงของพวกมุนาฟิก (หน้าไหวหลังหลอก) ด้วยกับอัล-กุรอาน และมีผู้กล่าวว่า เราจะรู้ได้อย่างไรว่าผู้รู้ได้ผิดพลาด? ท่านจึงได้กล่าวว่า “ เมื่อท่านทั้งหลายได้พบเห็นหรือได้ยินจากผู้รู้ ซึ่งคำกล่าวที่ท่านทั้งหลายปฎิเสธมันและแปลกประหลาดใจกับคำกล่าวนั้น เช่นนั้นแหละถือว่าคำกล่าวนั้นเป็นความผิดพลาดของผู้รู้

พฤติกรรมของเชคญิบรีนตรงนี้ แตกต่างจากพฤติกรรมของบังดอและพรรคพวก เชคญิบรีนไม่ได้ฝืนมันฮัจสะลัฟเลยวิจารณ์กอรดอวียืถึงขั้นสั่งห้ามรับฟัตวา ถามว่าทำไม คำตอบเพราะในกรณีของกอรดอวียืเชคญิบรีนเห็นชัดว่ามันขัดกับเกาะวาอิดสะลัฟ แต่กรณีของซัยยิดกุตตุบท่านอาจมีข้อมูลไม่ถึงเท่าฝ่ายเชครอบีอฺ แนวทางของเชคญิบรีนจึงต่างจากแนวทางเพี้ยนๆของบังดอ ที่ฝืนเกาะวาอิด เวลาเพี้ยนก็เพี้ยนยกระบบรับรองทั้งอิควาน ตับลีฆ อะชาอิเราะฮฺ เพราะกฎการพิจารณาแนวทางต่างๆของบังริดอนั้นผิดแต่แรกแล้ว(เช่นดูส่วนใหญ่ หรือกฎแบบอิควาน)ส่วนเชคญิบรีนนั้นกฎในการพิจารณาของเขาตรงกับกฎของเชครอบีอฺและแนวทางสะลัฟ ท่านจึงเตือนให้ระวังก้อรดอวี แต่บางครั้งคนที่กฎถูกต้องอาจพิจารณาในภาคปฏิบัติผิดไปก็ได้ เหมือนกับอินหะยัรซึ่งวางกฎการตรวจสอบสายรายงานหะดีษเอง แต่พอถึงเวลาตัดสินก็อาจมีผิดพลาดเพราะข้อมูลในระหว่างปฏิบัติตกหล่น มันต่างกับคนที่ออกมาวางกฎว่าหะดีษดออีฟใช้ได้ หรือหะดีษศอฮีฮฺเพราะไล่ถึงนบีก็พอ

ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพให้ชัดเจนก็ม่ต่างจากกรณีอิมามนะวะวียฺ ที่มีบางอย่างไม่ตรงตามซุนนะห์แต่อุลามาอฺก็ไม่กล้าที่จะตับดิอฺ เนื่องมากจากการผิดของท่านมิได้ไปทั้งระบบเช่นมีบางส่วนอะชาอิเราะห์(ด้วยปัจจัยในเรื่องหลักฐานที่มาไม่ถึง ไม่มีใครในยุคนั้นตอบโต้ คัดค้านข้อมูล) ซึ่งก็มิได้มีสิ่งที่ทำให้เป็นอะชาอิเราะห์แบบยกทั้งระบบคือมีบิดอะห์ของอะชาอิเราะห์ทุกๆเรื่องแบบที่เห็นกันอยู่ในผู้รู้ปัจจุบัน ซึ่งนั้น ก็เป็นสาเหตุเดียวกับเชค ญิบรีน ครับผม

สรุปแล้วตัวแบ่งแยกก็คืออุลามาอฺกับพวกที่ถูกขับจากสลาฟี หรือซุนนะห์คือ

1.ความจริงใจในการแสวงหาความจริง และไม่ได้ตั้งใจที่จะยืนหยัดในความเท็จอุลามาอฺเหล่านี้ไม่ได้มีความเจตนาในการบิดเบือน และหลักฐานอื่นไม่ได้ไปถึงเขา
2.ไม่ปรากฎว่า จะดื้อดึง หยิงยะโสเมื่อได้มีหลักฐานยืนยันความผิดพลาดของตนเองแล้วในเรื่องที่ไม่อนุญาตให้เห็นต่างได้(หมายถึงเรื่องที่ให้มีความถูกต้องเพียง 1 ทรรศนะ)
3.ไม่ปรากฎว่ามีการพิสูจน์หลักฐานเพื่อยืนยันถึงความขัดแย้งที่มีในเรื่องที่ไม่อนุญาตให้แตกต่างได้
4. อุลามาิอฺเหล่านี้มีข้อผิดพลาดบางประการจริงแต่ หลักฐานข้อมูลไปไม่ถึงพวกเขา
5. อุลามาอฺเหล่านี้มีผลงานการตอบโต้บิดอะห์
6. ความผิดพลาดของเขลาไม่ได้ครอบคลุมเช่น สนับสนุนเมาลิด แต่มิได้เหมาไปทุกส่วน ในส่วนอื่นเขาได้ตอบโต้อย่างเต็มที่และจริงจัง

หวังว่าเพจแอบอ้าง "อัซซาบิกูน" (ลูกศิษย์ บังริดอ ) คงจะเข้าใจ

ประการที่สาม การที่คนๆผู้หนึ่งจะถูกตับดีอฺได้นั้น เป็นหน้าที่ของปราชญ์ และการที่ปราชญ์แต่ละคนจะลงมือตับดีอฺคนได้สักคนปราชย์ผู้นั้นต้องมั่นใจแล้วว่าได้เตือนจนเคลียร์แต่อีกฝ่ายดื้อ แน่นอนว่าจากสภาพนี้ คนเอาวามหรือระดับความรู้ตำ่ย่อมถูกตับดีอ์ได้เร็วกว่าเพราะฐานะที่ไม่มีความรู้ตามหลักแล้วมีสิทธิแค่การรับฟังหรือถามที่สงสัย จะไปเถียงข้างๆคูๆไม่ได้ ระหว่างชาวบ้านเถียงกับศาลกับนักกฎหมายเถียง ใครไม่บ้าก็รู้ว่าการปฏิบัติต่อคนทั้งสองย่อมต่างกันมาก เช่นกันหากฝ่ายที่เพี้ยนเรื่องมันฮัจฺและถูกเตือนได้อยู่ในฐานะผู้รู้ โอกาสที่เขาจะเถียงกลับหรือแย้งกลับด้วยความรู้ย่อมมีมากกว่าเป็นปกติ ฉะนั้นนักปราชญ์ฝ่ายที่เตือนจึงพยายามมองในแง่ดีว่าเขากำลังใช้ความรู้ที่ตนเองมี(แบบผิดๆ)เถียงตำเตือนกลับอย่างบริสุทธิ์ใจ ซึ่งย่อมทำให้ฝ่ายเตือนต้องทำการเตือนให้กระจ่างอย่างยากลำบากขึ้น การที่คุณไปนะศีฮะฮฺชาวบ้านชีอะฮฺกับผู้รู้ชีอะฮฺ คุณก็ย่อมทราบดีว่าระดับการแย้งกลับและการตักเตือนมันต่างกันมาก ด้วยเหตุนี้การที่นักปราชญ์คนหนึ่งมีมันฮัจฺเพี้ยนโอกาสที่จะตับดีอฺเขานั้นอาจจะยาก เพราะหากฝ่ายที่ทำการเตือนยังไม่มั่นใจว่าได้เตือนจนเคลียร์และยังไม่มั่นใจว่าความดื้อของอีกฝ่ายได้ปรากฏหรือยัง(ไม่ใช่ความพยายามแย้งกลับด้วยการวินิจฉัยจากความรู้) กรณีเช่นนี้ผู้เตือนก็จะไม่พร้อมที่จะตับดีอฺปราชญ์ผู้นี้ให้ออกจากแนวทางสะละฟีย์ ด้วยเหตุนี้ท่านเชครอบีอฺจึงใช้เวลาเตือนคนนานมากกว่าจะขับคนๆหนึ่งออกจากแนวทางสะลัฟ เช่น ท่านเคยเตือนคนบางคนใช้เวลานานถึง 15 ปี นี่คือความเมตตาของปราชญ์ แต่หากในระหว่างเตือนเขาตายลงไปล่ะ คุณจะมาถามหาว่าทำไมไม่ตับดีอ์ได้อย่างไรก็ในเมื่อการเตือนมันยังไม่เสร้จสิ้น และนี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมทั้งที่พฤติกรรมของเชคญิบรีลสามารถตับดีอฺได้แล้ว แต่ปราชญ์จำนวนมากยังไม่ตับดีอฺท่านเพราะถือว่าการตักเตือนให้คนมีความรู้ระดับท่านเข้าใจให้ถูกไม่ใช่เรื่องง่ายๆเหมือนกรณีของชาวบ้าน นักปราชญ์จึงเพียงแต่ตะฮฺซี้รหรือเตือนให้เยาวชนออกห่างจากแนวคิดของเชคญิบรีนในเรื่องอิควาน ลองไปหาหนังสือของเชคอะฮฺมัด นัจมีย์ ชื่อว่า المورد العذب الزلال فيم انتقد على بعض المناهج الدعوية من العقائد والأعمال หามาอ่านดู

หมวดหมู่: