อะชาอิเราะฮฺ กับปัญหาเรื่องคำศัพท์และรายละเอียดของคำศัพท์ รูปธรรมและนามธรรม

 

อะชาอิเราะฮฺ กับปัญหาเรื่องคำศัพท์และรายละเอียดของคำศัพท์รูปธรรมและนาม​ธรรม

 

โดย ชารีฟ วงศ์เสงี่ยม

 

1. ปัญหาคือเมื่อเรายืนยันในคุณลักษณะต่างๆของพระองค์อัลลอฮฺตามที่ปรากฎ พวกอะชาอิเราะฮฺกล่าวว่า เรากำลังเปรียบเทียบอัลลอฮฺกับ มัคลูค (สิ่งถูกสร้างทั้งหลาย)  เช่น การอยู่เหนือบัลลังค์ ของพระองค์อัลลอฮฺ  แต่พวกเราก็บอกกลุ่มอะชาอิเราะฮฺไปว่า พวกท่านนั่นแหละที่กำลัง เปรียบเทียบอัลลอฮฺกับ มัคลูค (สิ่งถูกสร้างทั้งหลาย) เพราะเราไม่ได้บอกและไม่ยืนยันเลยว่า อัลลอฮฺจะต้องทำเหมือนกับมนุษย์กระทำ คือ ต้องอาศัยสิ่งที่เรียกว่าสถานที่ และจะต้องเป็นคำว่าเหนือในความเข้าใจของมนุษย์ที่ถูกจำกัดอยู่ด้วยโลกดุนยานี้  เพราะฉะนั้นเราจึงบอกกับพวกอะชาอิเราะฮฺว่า พวกเราเพียงยืนยัน แต่ไม่รู้ว่า “อย่างไร” แต่พวกคุณกำลังจะยัดเยียดว่าคำ “อย่างไร”  ให้กับพวกเราชาวอะฮฺลิซซุนนะฮฺ  แต่พวกคุณเองนั่นแหละที่ยุ่ง สาละวนและติดใจอยู่กับคำว่า “ อย่างไร”   

2.  เพราะฉะนั้นถ้าพวกคุณเลิกยุ่งใส่ใจกับความว่า “ อย่างไร” ได้ ปัญหาก็จะจบเหมือนกับที่คุณเองก็ยอมรับมิใช่หรือว่า พระองค์อัลลอฮฺได้ยิน โดยไม่ต้องอาศัยหรือพึงพาหู แก้วหู ซึ่งสิ่งถูกสร้างทั้งหลายจะขาดไม่ได้โดยเด็ดขาดเพื่อที่จะทำให้สามารถได้ยินได้  แต่กระนั้นพระองค์อัลลอฮฺไม่ต้องอาศัยสิ่งเหล่านั้นเลย แต่กระนั้นพระองค์ก็ทรงได้ยินด้วยความเหมาะสมแห่งความยิ่งใหญ่ของพระองค์ 

3.  เพราะฉะนั้นปัญหาของพวกคุณก็คือ การที่คุณจินตนาการอะไรสักอย่างหนึ่งไม่ออก คุณก็เลยปฏิเสธว่าสิ่งนั้นต้องเป็นไปไม่ได้  แต่ทีกับการได้ยิน การมองเห็น ของพระองค์อัลลอฮฺ คุณกลับยอมรับได้อย่างไม่มีปัญหาแต่อย่างใด และคุณก็บอกด้วยว่า การได้ยิน และ การเห็นของอัลลอฮฺนั้น เราไม่สามารถจินตนาการได้ว่าเป็นอย่างไร  แล้วทำไมคุณไม่ยอมรับด้วยล่ะว่า การอยู่เหนือบัลลังค์ของพระองค์ การมีมือของพระองค์ การมีตาของพระองค์ และพูดของพระองค์  รวมถึงคุณลักษณะอื่นๆที่คุณมีปัญหา  ก็สามารถมีได้ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถจินตนาการได้ก็ตามว่าเป็นอย่างไร   หรือแม้แต่ในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับคุณลักษณะของพระองค์อัลลอฮฺ ที่มีหลักฐานว่าเราไม่สามารถจินตนาการได้ แต่กระนั้นก็ตามเรากลับยอมรับได้ว่ามีสิ่งนั้นอยู่ เช่น หลักฐานมากมายยืนยันว่าในสวรรค์นั้นมีแม่น้ำ แม่น้ำที่เป็นนม แม่น้ำที่เป็นน้ำผึ้ง แม่น้ำที่เป็นเหล้า แต่กระนั้นก็ตาม แม่น้ำในสวรรค์นั้นจะคิดจะจินตนาการอย่างไรก็ไม่เหมือนกับสิ่งที่ถูกเรียกว่าเป็น ‘แม่น้ำ’ในโลกนี้ที่เราเห็นกันอยู่  มาถึงตรงนี้ทำไมพวกอะชาอิเราะฮฺจึงยอมรับได้ล่ะ ทำไมไม่ตั้งคำถามบ้างล่ะว่า ‘ มีด้วยหรือ เป็นไปได้หรือ ที่เป็นแม่น้ำ แต่กระนั้นก็ตามไม่เหมือนกับแม่น้ำในโลกนี้’ หรือ ‘ เป็นไปได้หรือ ที่มีน้ำนม น้ำผึ้ง เหล้า แต่กระไม่เหมือนกับ น้ำนม น้ำผึ้ง เหล้า บนโลกนี้   คิดให้สมองแตกก็ไม่สามารถจินตนาการได้ว่าเป็นอย่างไร’ ทั้งๆที่คำศัพท์ที่ใช้เรียกก็ใช้คำเดียวกัน แต่กระนั้นความแท้จริงของสิ่งนั้นจะเป็นอย่างไรนั้นไม่มีใครจินตนาการออกได้  ทำไมพวกอะชาอิเราะฮฺไม่มีปัญหาบ้าง แต่กลับสามารถยอมรับได้ในเรื่องนี้  แล้วทีเรื่องคุณลักษณะของอัลลอฮฺ ทำไมพวกอะชาอิเราะฮฺกลับมีปัญหากันจังเลย ทำไมไม่ใช้มาตรฐานเดียวกันล่ะว่า อัลลอฮฺก็มีมือ อัลลอฮฺก็มีนิ้ว แต่มนุษย์เราไม่สามารถจิตนาการได้แม้แต่น้อยว่า มือ หรือ นิ้ว ของอัลลอฮฺนั้นเป็นอย่างไร เพียงแต่ชื่อเหมือนกันเท่านั้นเอง

4.  เพราะฉะนั้น ก็ในเมื่อเรายอมรับแล้วว่า ทั้งมือ และ นิ้ว ของอัลลอฮฺนั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถจิตนาการได้เลยแม้แต่น้อย แล้วปัญหาในเรื่องที่ว่า นำอัลลอฮฺไปเปรียบเทียบกับมัคลูค (สิ่งถูกสร้าง) จะเกิดขึ้นได้อย่างไร  ด้วยเหตุนี้เองอุละมาอฺสลัฟจึงแยกให้เราเห็นว่าอย่างไรจึงจะเรียกว่าเป็นการนำกับมัคลูค (สิ่งถูกสร้าง) ไปเปรียบเทียบกับพระองค์อัลลอฮฺ นั่นก็คือ ด้วยการกล่าวว่า ‘ มือของอัลลอฮฺก็เหมือนมือของฉัน’ การกล่าวเช่นนี้ชัดเจนในตัวของมันเองว่าเป็นการนำ นำอัลลอฮฺไปเปรียบเทียบกับมัคลูค (สิ่งถูกสร้าง) นั่นก็คือ เราที่เป็นมนุษย์  

 5.  ปัญหาที่พวกอะชาอิเราะฮฺมีก็คือ กลัวการที่พระองค์อัลลอฮฺจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับมัคลูค ทั้งในชื่อหรือคำศัพท์และรายละเอียดของชื่อหรือคำศัพท์ตัวนั้น  แต่ทั้งกลุ่มอะฮฺลิซซุนนะฮฺและกลุ่มอะชาอิเราะฮฺก็ยอมรับตรงกันว่าเรื่องชื่อหรือคำศัพท์เหมือนกันนั้นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะอัลลอฮฺก็ทรง ‘ได้ยิน’ มนุษย์ก็ได้ยิน  อัลลอฮฺทรง ‘มองเห็น’   มนุษย์ก็มองเห็น นี่คือเหมือนกันในเรื่องชื่อหรือคำศัพท์  แต่ความผิดพลาดของพวกอะชาอิเราะฮฺก็คือ ทึกทักไปว่า ถ้าชื่อหรือคำศัพท์เหมือนกัน รายละเอียดของสิ่งนั้นก็จะต้องเหมือนกันด้วย และนี่ก็คือความขัดแย้งกันในตัวเอง เพราะอะชาอิเราะฮฺเองกลับยอมรับได้ว่า อัลลอฮฺเห็น  ได้ยิน แบบจริงๆ (ฮะกีเกาะฮฺ) ทั้งๆที่คำศัพท์ที่ใช้ก็เหมือนกับที่ใช้กับมนุษย์  เพราะฉะนั้นถ้าพวกอะชาอิเราะฮฺเลิกทึกทักเอาเองว่า ถ้าคำศัพท์เหมือนกัน รายละเอียดของสิ่งนั้นก็จะต้องเหมือนกันด้วย ปัญหาก็จะไม่เกิดขึ้น  ความที่พวกเขากลัวว่า พระองค์อัลลอฮฺจะไปเหมือนกับมัคลูค (สิ่งถูกสร้าง) จึงทำให้เกิดการทึกทักผิดๆเช่นนี้  

6.  เพราะฉะนั้นถ้าเรา ยืนยันว่า มนุษย์ไม่สามารถจินตนาการออกได้เลยแม้แต่น้อยว่า     อัลลอฮฺได้ยิน  มองเห็น อย่างไร แบบไหน เพียงแต่รู้ว่า พระองค์อัลลอฮฺนั้นทรง ได้ยินและมองเห็นจริงๆ (ฮะกีเกาะฮฺ)  แล้วจะมีปัญหาอะไรที่เราจะกล่าวได้บ้างว่า มนุษย์เพียงแต่รู้ว่าพระองค์อัลลอฮฺนั้นทรงมี มือ นิ้ว ตา จริงๆ (ฮะกีเกาะฮฺ) แต่มนุษย์ไม่สามารถจินตนาการออกได้เลยแม้แต่น้อยว่าอัลลอฮฺมีมือ มีนิ้ว อย่างไร แบบไหน  

7. การอ้างในเรื่องคุณลักษณะที่เป็นนามธรรม (เพื่อที่จะใช้เป็นข้ออ้างว่าไม่ต้องตีความ (ตะอฺวี้ล)หรือมอบความหมายกลับไปให้อัลลอฮฺ (ตัฟวีฎ) ) และ คุณลักษณะที่เป็นรูปธรรม  (เพื่อที่จะใช้เป็นข้ออ้างในการตีความหรือมอบความหมายกลับไปให้อัลลอฮฺ) เป็นสิ่งที่ฟังไม่ขึ้น  เพราะในความเป็นจริงแล้วปัญหาไม่ได้อยู่ที่ เรื่องความเป็นนามธรรมหรือรูปธรรม แต่ปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่

  1.  การทึกทักเอาเองว่า ถ้าคำศัพท์เหมือนกัน รายละเอียดของสิ่งนั้นก็จะต้องเหมือนกันด้วย 

   2.     เอาการที่มนุษย์ไม่สามารถจินตนาการสิ่งใดได้มาเป็นเงื่อนไขในการปฎิเสธสิ่งนั้นว่าไม่มีอยู่จริง  

 

8. ถ้าปัญหาอยู่ที่เรื่องนามธรรมหรือรูปธรรม คำถามก็คือ  แม่น้ำ แม่น้ำน้ำนม แม่น้ำน้ำผึ้ง แม่น้ำเหล้า ในสวรรค์ ถามว่าสิ่งเหล่านี้บ่งบอกถึงเป็นรูปธรรมหรือนามธรรม คำตอบก็คือ แน่นอนที่สุดสิ่งเหล่านี้บ่งบอกถึงรูปธรรม  คำถามต่อไปก็คือ แล้วมนุษย์สามารถจินตนาการสิ่งเหล่านี้ได้ออกแม้แต่น้อยหรือไม่ คำตอบก็คือ ไม่เลยแม้แต่น้อย  ตกลงพวกอะชาอิเราะฮฺจะปฎิเสธ แม่น้ำ แม่น้ำน้ำนม แม่น้ำน้ำผึ้ง แม่น้ำเหล้า ในสวรรค์ ใช่หรือไม่ เพราะมันบ่งบอกถึงรูปธรรมแต่กระนั้นก็มนุษย์ไม่สามารถจินตนาการได้เลยแม้แต่น้อย ?

8.  ต่อมาก็คือ พวกอะชาอิเราะฮฺกลัวว่าถ้าคุณลักษณะของพระองค์อัลลอฮฺมีลักษณะเป็นรูปธรรมแล้วจะต้องเหมือนกับมัคลูค (สิ่งถูกสร้าง) อย่างแน่นอน แต่ถามว่า ในสวรรค์นั้น มีแม่น้ำ แม่น้ำน้ำนม แม่น้ำน้ำผึ้ง แม่น้ำเหล้าอยู่จริงๆ (ฮะกีเกาะฮฺ) หรือไม่ ถ้าตอบว่ามีอยู่จริงๆ  คำถามต่อมาก็คือ แล้วสิ่งเหล่านั้น (ที่ใช้คำศัพท์เรียกเหมือนกันกับสิ่งถูกสร้างบนโลกนี้) มีลักษณะรายละเอียดของคำศัพท์เหมือนกับสิ่งที่เราประสบพบเจอกันบนโลกนี้หรือไม่ ?  แน่นอนพวกอะชาอิเราะฮฺจะต้องตอบมาในทำนองว่า ‘ ในสวรรค์มีแม่น้ำจริงๆ มีแม่น้ำนมจริงๆ มีแม่น้ำเหล้าจริงๆ มีแม่น้ำน้ำผึงจริงๆ แต่ลักษณะรายละเอียดไม่เหมือนกับ น้ำ น้ำนม เหล้า หรือน้ำผึ้ง ที่เราเห็นกันบนโลกนี้อย่างแน่นอน จะคิดอย่างไรก็ไม่เหมือน  เราไม่สามารถจิตนาการได้ เพียงได้แต่รู้ว่ามีอยู่จริงๆ ’      

9. ก็ในเมื่อเรายังยอมรับว่ามีสิ่งหลายสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถจินตนาการออกได้เลยแม้แต่น้อย  เพียงแต่มีชื่อหรือคำศัพท์ที่เหมือนหรือคล้องกับสิ่งที่ถูกสร้างที่เราเห็นกันบนโลกนี้ ถามมันจะมีความหมายอะไรในการที่เราจะยังมากลัวว่าจะเหมือนกันอีก เหมือนกับที่เราเชื่อว่า มะลาอิกะฮฺมี      ‘ ปีก’ และเป็นปีกจริงๆ แต่เป็นปีกที่ไม่สามารถเข้ากับนิยามที่มนุษย์บัญญัติเอาไว้ในพจนานุกรมใดได้เลยแม้แต่เล่มเดียวเพราะเรื่องมะลาอิกะฮฺเป็นเรื่องที่เร้นลับ เมื่อเป็นเช่นนั้น ปีก ของมะลาอิกะฮฺก็จะต้องเป็นสิ่งเร้นลับไปด้วยเช่นกัน แต่นิยามของคำว่า ปีก ที่มีอยู่ในพจนานุกรมล้วนแล้วเป็นนิยามของสิ่งที่ไม่เร้นลับด้วยเหตุนี้จึงสามารถรู้คุณลักษณะรายละเอียดของคำว่าปีกได้ว่าเป็นแบบไหนอย่างไร ส่วนปีกของมะลาอิกะฮฺนั้น มนุษย์ได้แต่รู้แต่ความหมายแต่หาได้รู้ถึงคุณลักษณะรายละเอียดได้ว่าเป็นแบบไหนอย่างไร ซึ่งก็เหมือนกับที่เรา ยืนยันว่าอัลลอฮฺทรงมีคุณลักษณะ         ‘ บะซีร ’ ซึ่งคำศัพท์คำนี้แปลว่า การมองเห็น แต่กระนั้นก็ไม่มีพจนานุกรมเล่มใดที่ให้ความหมายหนึ่งของคำว่า ‘ บะซีร’ ว่าหมายถึง ‘ คือการมองเห็นถึงแม้ว่าจะไม่ต้องมีลูกตา แก้วตาหรือส่วนประกอบใดๆของตาเลยก็ตามก็สามารถมองเห็นได้ ’  หรือพูดอีกอย่างก็คือตาบอดแต่ยังสามารถมองเห็นได้  ถามว่ามีพจนานุกรมใดบนโลกนี้ด้วยหรือที่นิยามหรือให้ความหมายของคำว่า ‘ บะซีร’ เช่นนี้ที่กล่าวมานี้ ?  แน่นอนพวกอะชาอิเราะฮฺก็ยอมรับว่า ไม่มีพจนานุกรมใดให้ความหมายเช่นนี้  และเป็นหลักความเชื่อที่เป็นที่รับรู้กันเป็นอย่างดีว่า  พระองค์อัลลอฮฺนั้นทรงเห็นจริงๆ (ฮะกีเกาะฮฺ) โดยไม่ต้องอาศัยลูกตา แก้วตาหรือส่วนประกอบใดๆของตาเลย คำถามสำหรับพวกอะชาอิเราะฮฺก็คือ ตกลงพวกท่านจะยืนยันอย่างนั้นหรือว่า อัลลอฮฺไม่ทรงเห็นจริงๆ (ฮะกีเกาะฮฺ) เพราะคำว่า บะซีร ในพจนานุกรมมีแต่แบบที่จะต้องอาศัยลูกตา แก้วตาหรือส่วนประกอบใดๆของตาในการช่วยให้มองเห็นได้       เมื่อถูกถามเช่นนี้ พวกอะชาอิเราะฮฺก็จะต้องตอบกลับมาในทำนองว่า ‘ เรากำลังพูดถึง ‘บะซีร’ ที่เกี่ยวข้องกับพระองค์อัลลอฮฺอยู่ เพราะฉะนั้นอย่าเอานิยามหรือความหมายของคำว่าบะซีรแบบที่มนุษย์หรือสิ่งถูกสร้างใช้กันมาใช้กับพระองค์อัลลอฮฺผู้ไม่ทรงถูกสร้าง เพราะฉะนั้นพระองค์ทรงมองเห็นโดยไม่ต้องพึ่งพาลูกตา แก้วตาหรือส่วนประกอบใดๆของตาเลย ส่วนการมองเห็นของพระองค์เป็นแบบไหนอย่างไรนั้นมนุษย์ไม่สามารถจินตนาการได้เลยแม้แต่น้อย ’     คำถามคือ แล้วท่านมีปัญหาอะไรกันนักหนาเมื่อเรายืนยันว่าพระองค์อัลลอฮฺทรงมีสิ่งที่ถูกเรียกว่า ‘มือ’  ‘ นิ้ว’   ‘ ตา ’  ‘เท้า’  แบบที่ไม่สามารถพบได้ในนิยามใดๆของพจนานุกรมเลย   

10. พวกอะชาอิเราะฮฺอ้างว่า พวกเราให้รูปให้ร่างกับอัลลอฮฺ  แต่คำถามก็คือ สิ่งใดที่เราไม่สามารถจินตนาการออกได้เลยแม้แต่น้อยว่าเป็นอย่างไร แล้วจะอ้างได้อย่างไรว่าเป็นการให้รูปให้ร่าง  ปัญหาของพวกอะชาอิเราะฮฺ ที่อ้างว่าเราให้รูปให้ร่างกับอัลลอฮฺ สุดท้ายมันก็ไปถูกผูกติดอยู่กับเรื่อง นามธรรมและรูปธรรม  ที่พวกเขายืนยันว่า อัลลอฮฺมีมือไม่ได้เด็ดขาด เพราะจะเป็นการเหมือนกับมูคลูค (สิ่งถูกสร้าง)  มันเป็นรูปธรรม  นี่คือปัญหาของพวกเขาเอง  ฝ่ายเรายืนยันว่ามนุษย์ไม่สามารถจินตนาการได้เลยแม้แต่น้อย แต่ฝ่ายพวกเขาเองต่างหากที่จะพยายามยัดลักษณะของมัคลูคให้กับพระองค์อัลลอฮฺให้จงได้  

11. พวกอะชาอิเราะฮฺจะรู้ว่าเหมือนกับมัคลูคได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาจินตนาการออกได้ ว่าเป็นแบบไหนอย่างไร แต่เมื่อมีการยืนยันแล้วว่ามนุษย์ไม่สามารถจินตนาการ มือของอัลลอฮฺ นิ้วของอัลลอฮฺ ตาของอัลลอฮฺ ได้เลยแม้แต่น้อย แล้วพวกอะชาอิเราะฮฺยังจะกลัวไปอีกทำไมว่าเดียวจะไปเหมือนกับมัคลูค  ซึ่งการทำเช่นนี้ถือว่าไร้สาระไร้เหตุเป็นอย่างมาก ทำตัวเหมือนคนพูดไม่รู้เรื่อง ไม่พยายามที่จะเข้าใจ ไม่พยายามที่จะจับประเด็น  

12. ในสวรรค์จะมีนางสวรรค์ซึ่งเป็นเพศหญิง แต่กระนั้น มนุษย์ก็ไม่สามารถจิตนาการออกได้เลยแม้แต่น้อยว่า นางสวรรค์ซึ่งก็เป็นเพศหญิง เป็นแบบไหนอย่างไร  เพียงแต่ใช้ชื่อเรียกหรือคำศัพท์ที่เหมือนกันเท่านั้นเอง  

 

 

 

หมวดหมู่: