ลักษณะของคอวาริจญ์

ลักษณะของคอวาริจญ์

โดย เชค มุฮัมมัด บิน ศอลิหฺ อัลอุษัยมีน รอหิมะฮุลลอฮฺ

ผู้ถาม: 
ท่านเชค ได้มีรายงานในหะดีษจากท่ารอซูลศอลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ว่า แท้จริงจะมีมาซึ่งกลุ่มชนที่พวกเขานั้น ได้ออกจากศาสนาอิสลาม เสมือนดัง ลูกธนูที่ถูกยิงออกไป เราขอให้ท่านช่วยอธิบายแก่เรา 
ถึงลักษณะของพวกเขา และอะไรคือเหตุผลของการออกนอกศาสนา?

เชค: พวกเขา คือ คอวาริจญ์ ท่านนบีย์ ศอลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัมได้อธิบายถึงลักษณะของพวกเขาว่า แท้จริงพวกเขานั้น เป็นกลุ่มชนที่ภักดี และทำการอิบาดะฮฺ และแท้จริงผู้หนึ่งจากบรรดาศอฮาบะฮฺนั้นการละหมาดของเขา ด้อยกว่าการละหมาดของพวกเขา(คอวาริจญ)
และการอ่านของเขา ด้อยกว่าการอ่านของพวกเขา แต่ทว่าการงานนี้จะไม่พ้นลำคอของพวกเขา หมายถึงสิ่งที่ลงไปสู่หัวใจ(คือ พวกเขาอ่านอัลกุรอานเยอะมากแต่พวกเขาไม่เข้าใจไม่ซาบซึ้งความหมายของอัลกุรอาน การอ่านอัลกุรอานก็จะอยู่แค่ที่ลำคอ ไม่ลงไปสู่หัวใจของเขา) 
 
 
ขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺ ดังนั้นพวกเขาได้หลุดออกจากศาสนาอิสลาม เหมือนดังลูกธนูที่หลุดจากคันศร เมื่อคันศรได้ยิงออกไปอย่างรวดเร็ว และออกไปถึงยังอีกด้านนึง
ดังนั้นพวกเขาก็เป็นเช่นนี้ ที่หลุดออกไปจากอิสลามผ่านไปอย่างรวดเร็ว เหมือนความเร็วของลูกธนู หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้ออกไปจากมัน

 
เราวอนขอต่ออัลลอฮฺให้รอดพ้นจากสิ่งนี้และสำหรับสิ่งนี้ ท่านนบีย์ อะลัยฮิศศอลาตุวัสลาม ได้สั่งใช้ให้เราต่อสู้กับพวกเขา เพราะว่าพวกเขานั้น เป็นพวกที่ทำการรุนแรงสุดโต่งในเรื่องของศาสนา ดังนั้นพวกเขาจึงได้เป็นผู้ที่หลุดออกไปจากศาสนา หากว่าท่านได้ค้นลงไปในหัวใจของพวกเขา ท่านก็จะพบว่ามันนั้นมืดบอด หูหนวก(ไม่รับรู้รับฟัง) และความดีงาม และรัศมีแสงสว่างใดๆจะไม่เข้าไปถึงยังมันได้
 
ขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺ
เพราะว่า ความอีมานศรัทธาของพวกเขานั้นมีแค่ภายนอก(การปฏิบัติ) และนี่อยู่ในความจริงของสิ่งหนึ่งที่จำเป็นสำหรับเราที่จะต้องทบทวนตัวของเราเองในมัน เพราะว่า พวกเราบางคน ท่านจะพบว่าเขานั้น เกลียดชังบรรดาผู้คนที่เป็นผู้ฝ่าฝืน และถอนตัวออกจากเขา
และ ทำการปฏิเสธบนพวกเขา และด่าทอพวกเขา แต่ทว่าความอีมานศรัทธาไม่ได้เข้าถึงไปยังหัวใจของเขาเลย ท่านจะพบว่าการทำอิบาดะฮฺของพวกเขานั้นมันไร้ค่า การละหมาดของเขาจะไม่เข้าถึงหัวใจของเขา และไม่มีความรู้สึกสำนึกผิดต่อผู้อภิบาลของพวกเขา
และเขาจะไม่คิดว่าตัวเขานั้นเป็นผู้ทำบาปเมื่อเขาได้ทำบาป นี่คือลักษณะต่างๆของพวกคอวาริจญ์ และสำหรับสิ่งนี้ ชาวสะลัฟบางท่านได้กล่าวว่า 
"ใครที่กล่าวว่า ผู้คนทั้งหลายนั้นพินาศหายนะ ดังนั้นเขานั้นหายนะมากกว่าพวกท่าน และ ใครที่กล่าวว่า พวกเขานั้นหลงผิด ดังนั้นเขาได้หลงผิดมากกว่าพวกนั้น"
จุดมุ่งหมายของพวกเขา(สะลัฟ)ต่อคำนี้คือ ผู้ที่หมกมุ่นสาละวนอยู่กับการตำหนิข้อบกพร่องของคนอื่น มากกว่าข้อบกพร่องของเขาเอง, 
พวกเขาเหล่านี้ คือ คอวาริจญ์ บนสิ่งที่เป็นเช่นเดียวกันนี้
พวกเขาปฏิเสธบนผู้คนที่ทำสิ่งที่พวกเขาไม่เห็นด้วย และรุนแรงบนพวกเขา และทำให้การกระทำนั้นเป็นความผิดใหญ่หลวงถึงขั้นเป็นกาเฟร(ผู้ปฏิเสธ) และพวกเขาก็ได้ตัดสินกาเฟรจากมัน(การกล่าวหา)นั้น เพราะว่า ความอีมานศรัทธาของพวกเขา ไม่ได้เข้าไปถึงยังหัวใจเท่านั้น มันยังได้ทำให้ภายนอก(การกระทำ)นั้นเป็นการปฏิเสธไปด้วย 
และนี่คือประเด็นปัญหาที่อันตราย ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ มันอันตราย อันตราย อันตราย (เชคได้กล่าวย้ำถึงอันตราย3ครั้ง)

 
จำเป็นที่ ผู้คนทั้งหลายนั้น ต้องรักษาดูแลตัวของพวกเขาจากมัน 
จนกระทั่งพวกเขาได้ปลอดภัยจากความชั่วร้ายนี้ พวกเขาเหล่านั้น(พวกคอวาริจญ์)ไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาสุดท้ายเท่านั้น ,ใช่ พวกเขาอยู่ในช่วงเวลาสุดท้าย ของท่านรอซูลลุลลอฮฺ อลัยฮิศศอลาตุวัสลาม พวกเขานั้นมีมาก่อนยุคของบรรดาคอลีฟะฮฺ อัรรอชิดีน และพวกเขานั้นเป็นพวกที่มีอยู่ ,หามิได้ บางพวกของพวกเขานั้นมีอยู่ในยุคของท่านรอซูล แต่พวกเขาไม่ได้ถืออาวุธ พวกเขาได้กล่าวกับท่านรอซูลว่า "แท้จริงเขานั้นเป็นลูกของลุงของท่าน โอ้ รอซูลุลลอฮฺ" เมื่อเขาได้ตัดสิน ต่อ ซุเบร บิน เอาวาม(หมายถึงการตัดสินว่าเป็นกาเฟรด้วยการกล่าวว่า เป็นลูกของลุงท่านรอซูลที่ไม่ได้รับอิสลาม) 
นี่คือประเภทหนึ่งจาก การเป็นกบฏ(ของพวกคอวาริจญฺ) และผู้ซึ่งกล่าว(ตำหนิ)แก่ท่านรอซูลตอนที่แบ่งทรัพเชลยว่า "จงแบ่งให้ยุติธรรม" หรือ " นี่คือส่วนแบ่งของมันที่ฉันต้องการด้วยกับการมุ่งหมายของอัลลอฮฺ " นี่คืออีกประเภทหนึ่งของการกบฏ(ของพวกคอวาริจญ์)
------------------------------------------------------------------

المسألة خطيرة والله خطيرة خطيرة الشيخ محمد بن صالح العثيمين.
السائل : فضيلة الشيخ ورد في الحديث عن الرسول صلى الله عليه وسلم أنه يأتي أقوام في أخر الزمان يمرقون من الإسلام كما يمرق السهم ، نرجوا من فضيلتكم توضيح لنا أوصافهم وماهو وجه المرق ؟

الشيخ : هؤلاء الخوارج الذين وصفهم النبي عليه الصلاة والسلام بأنهم أهل طاعة وعبادة، وأن الواحد من الصحابة يحقر صلاته عند صلاتهم ، وقراءته عند قراءتهم ،لكن هذا العمل لا يجاوز تراقيهم ، يعني ما ينزل إلى القلب والعياذ بالله، فيمرقون من الإسلام مروق السهم من الرمية، والسهم إذا ضرب الرمية مرق بسرعة وخرج من الجانب الأخر، فهم هكذا يمرون بالإسلام مرورا سريعا كسرعة هذا السهم ثم يخرجون منه- نسأل الله العافية- ولهذا أمر النبي عليه الصلاة والسلام بقتالهم ،لأنهم وإن تشددوا في الدين فهم مارقون منه، لو فتشت عن قلوبهم لوجدتها سوداء، صماء، لايصل إليها الخير ولا النور -والعياذ بالله -لأن إيمانهم في الظاهر، وهذا في الحقيقة شيء يجب علينا أن نحاسب أنفسنا فيه، لأن بعضنا تجده يكره المعاصي من الناس وينفر منها وينكر عليهم ويسبهم لكن ما وصل الإيمان إلى قلبه ، تجده في عبادته مهملاً، لايحضر قلبه في صلاته ،ولا ينيب إلى ربه، ولايجد أنه مذنب إذا أذنب، وهذه من صفات الخوارج، ولهذا قال بعض السلف( من قال إن الناس هلكوا فهو أهلكم ، ومن قال إنهم ضلوا فهو أضلهم )) ومرادهم بهذا من اشتغل بعيب غيره عن عيب نفسه ،هؤلاء الخوارج على هذا النحو ينكرون على الناس ما ينكرون ويشددون عليهم ويجعلون فعال الكبيرة كافرا وهم أكفر منه، لأن إيمانهم لم يصل إلى القلب بس ينكرون في الظاهر، وهذه المسألة خطيرة والله خطيرة خطيرة خطيرة ، يجب أن الإنسان يعالج نفسه منها حتى يسلم من هذا الشر .
وهؤلاء ليسوا في أخر الزمان ، نعم هم في آخر الزمان بالنسبة للرسول عليه الصلاة والسلام لكنهم سبقوا من عهد الخلفاء الراشدين وهم موجودون ، بل إن بعضهم في عهد الرسول ولكن ما حملوا السلاح، فالذي قال للرسول (( أن كان ابن عمتك يارسول الله)) لما حكم للزبير بن العوام، هذا نوع من الخروج، والذي قال للرسول لما قسم الغنائم (( إعدل )) أو (( هذه قسمه ما أريد بها وجه الله )) هذا أيضا نوع من الخروج.

الدقيقة 14:07 من الشريط رقم11b سلسلة لقاء باب مفتوح

 โดย  Alif Taopalee

หมวดหมู่: