บิดอะห์ในงานศพ

เรื่องกินๆ ตอนที่ 1
▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬

ท่าน อบูบักร ญาบิร อัลญะซาอิรีย์ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ "มินฮาจยุ้ลมุสลิม" เล่มที่ 1 หน้า 218 ว่า 

بدعة الماتم :
ومما يجب تركه والابتعاد عنه ما ابتدعه الناس لغلبة الجهل من الاجتماع في البيوت للتعزية واقامة المادب وصرف الاموال من أجل المباهاة والفخر اذ السلف الصالح كانوا لم يجمعون في البيوت بل كان يعزي بعضهم بعضا في المقبرة وعند الملاقاة في اي مكان ولا بأس أن يقصده إلى محله إن لم يتمكن من مقابلته في المقبرة أو الشارع إذ المحدث هو الإجماع الخاص المعد إعدادا متعمدا

اصطناع المعروف لاهل الميت :
يستحب صنع الطعام لاهل الميت ويقوم بذلك الاقارب او الجيران يوم الوفاة لقوله صلى الله عليه وسلم "اصنعوا لآل جعفر طعاما فإنه قد أتاهم أمر يشغلهم" اما ان يصنع اهل الميت انفسهم الطعام لغيرهم فهذا مكروه لاينبغي لما فيه من مضاعفة المصيبة عليهم وان حضر من تجب ضيافته كغريب مثلا استحب ان يقوم الجيران والاقارب بضيافته بدلا عن اهل الميت


บิดอะห์ในงานศพ :

"และสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องละทิ้งมันและทำการออกห่างจากมัน คือสิ่งที่ ชาวบ้านหัวดื้อ ไม่ฉลาด(โง่) ได้ประดิษฐ์อุตริคิดค้นมันขึ้นมา เช่นการรวมตัวกัน ณ บ้านของผู้ตาย เพื่อทำการเยี่ยมเยือนปลอบโยน..กินอาหารที่ปรุงไว้สำหรับเลี้ยงคนที่มาบ้านและการบริจาคเงิน(ให้แก่บ้านผู้ตาย)เพื่อการโอ้อวด ...แต่ขณะที่บรรดาสลัฟฟุศศอและห์ไม่ได้ไปรวมที่บ้านของผู้ตาย แต่ทว่า พวกเขาบางส่วนได้ไปปลอบโยน(ครอบครัวผู้ตาย) ณ สถานที่ฝังศพ และบางส่วนก็พบปะกันในสถานที่หนึ่ง และถือว่าไม่เป็นไร ที่จะมุ่งไปยังสถานที่นั้นหากเขาหนักแน่นพอที่จะพบเจอกับศพใน สถานที่ฟังศพหรือ บนถนนก็ตาม แต่ในขณะที่ผู้อุตริกรรมเขาจะเจาะจงไปรวมกัน(ที่บ้านผู้ตาย)อย่างตั้งอกตั้งใจ"

การปรุงอาหารเพื่อให้เกิดผลดีต่อครอบครัวผู้ตาย :

"สมควรที่ญาติ พี่น้อง บ้านใกล้เรือนเคียง จะปรุงอาหารและนำไปให้แก่ครอบครัวผุ้ตายในวันที่เขาตาย ดังที่ท่านนบี ซ้อลลั้ลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวไว้ว่า “พวกท่านจงทำอาหารไปให้แก่ครอบครัวของ ญะฟัร เถิดเพราะอันเนื่องมาจากความลำบาก ความยุ่งยาก(ในการตระเตรียมเรื่องมัยยิต)ได้มาประสบแก่พวกเขาแล้ว” ส่วนการที่ครอบของผู้ตายนั้นจะปรุงอาหารขึ้นมาเอง สิ่งดังกล่าวนั้นถือเป็นสิ่งที่มักรูฮ์[?] ก็เพราะอันเนื่องมาจาก การที่ครอบครัวผู้ตายปรุงอาหารเลี้ยงแขกที่มา นั้น จะทำให้เกิด ภาระ ความลำบากเพิ่มมากขึ้นต่อครอบครัวผู้ตาย ดังนั้นหาก มีแขกมาจาก ต่างถิ่นเพื่อมาเยี่ยมผู้ตาย จึงเป็นหน้าที่ของ ญาติ และ เพื่อนบ้านของครอบครัวผู้ตาย ที่จะต้อนรับ และ ปรุงอาหาร ให้แก่ ผู้ ที่มาเยี่ยม มัยยิต"


▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬
[?] ท่านอัลลามะฮ์ อัล-บัรฺกูวีย์ ก็ได้กล่าวในหนังสือ “جلاء القلوب” อันเป็นการอธิบายความหมายจากคำพูดของนักวิชาการ (ทั้ง 4 มัษฮับ) ที่กล่าวพ้องกันว่า การที่บ้านผู้ตายจัดเลี้ยงอาหารนั้น เป็น “บิดอะฮ์ที่มักรูฮ์” .. ซึ่งท่านอัลลามะฮ์ อัล-บัรฺกูวีย์อธิบายว่า ...

ثُمَّ إِنَّ الظَّاهِرَ أَنَّ الْكَرَاهَةَ تَحْرِيْمِيَّةٌ! إِذِ اْلأَصْلُ فِىْ هَذَاالْبَابِ خَبَرُجَرِيْرٍ رَضِىَ اللهُ عَنْهُ، وَالنِّيَاحَةُ حَرَامٌ، وَالْمَعْدُوْدُ مِنَ الْحَرَامِ حَرَامٌ، وَأَيْضًا إِذَا أُطْلِقَ الْكَرَاهَةُ يُرَادُ مِنْهَا التَّحْرِيْمِيَّةُ

“ประการต่อมา โดยรูปการณ์แล้ว คำว่า مَكْرُوْهَةٌ (น่ารังเกียจ) จากคำกล่าวของนักวิชาการข้างต้นนั้น หมายถึง “เป็นเรื่องหะรอม” (ต้องห้าม) .. ทั้งนี้เพราะพื้นฐานของเรื่องนี้ (การไปชุมนุมกินกันที่บ้านผู้ตายเป็น مَكْرُوْهَةٌ) ได้แก่หะดีษของท่านญะรีรฺ ร.ฎ.(ที่ว่า .. “พวกเรา(เศาะหาบะฮ์) นับว่า การไปชุมนุมกันที่บ้านผู้ตายและมีการปรุงอาหารเลี้ยงกันนั้นเป็นส่วนหนึ่งของนิยาหะฮ์”) .. และการนิยาหะฮ์นั้นเป็นเรื่องหะรอม, ดังนั้นสิ่งที่ถูกนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของนิยาหะฮ์ ก็ต้องหะรอมเช่นเดียวกัน .. และอีกอย่างหนึ่งก็คือ คำว่า مَكْرُوْهَةٌ นี้เมื่อถูกกล่าวโดยปราศจากข้อแม้ใดๆแล้ว ความหมายของมันก็คือ หะรอม” ...

(จากหนังสือ “กัชฟุช ชุบฮาต” ของท่านมะห์มูด หะซันรอเบียะอฺหน้า 193) ...
 

โดย Adil Anti-Rawafith

หมวดหมู่: