ปุจฉา ฟอสซิลคืออะไรเอ๋ย? 1 (ฉบับแรก)

ปุจฉา ฟอสซิลคืออะไรเอ๋ย? 1 (ฉบับแรก)

แปลและเรียบเรียง อิบินอุม 2

            วิสัจชนา  ฟอสซิลมีความหมายกว้างๆ อย่างหลากหลาย โดยหนึ่งในความหมายของฟอสซิล(Fossils) ก็คือ ซากหลงเหลือของสิ่งมีชีวิตที่เคยดำรงชีพมาตั้งแต่อดีตกาล โดยมันถูกเก็บรักษาอย่างดีภายใต้กระบวนการทางธรรมชาติ (ด้วยความประสงค์ของพระเจ้า-ผู้แปล) จนสามารถให้คนรุ่นหลังได้เชยชมกัน (และรับทราบข้อเท็จจริงหลายประการ-ผู้แปล) ฟอสซิลที่ถูกค้นพบนี้เป็นของสิ่งมีชีวิตบางชนิดในระบบนิเวศทั่วไปบนพื้นพิภพเท่านั้นเอง ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันการมีชีวิตของสิ่งมีชีวิตนั้นๆในอดีตกาล (ต่อมาถูกรู้จักในนาม รอยฟอสซิล (trace fossils)) รอยฟอสซิลนี้เกิดจากสัตว์หรือพืชที่ตายแล้วถูกเก็บรักษาไว้ในชั้นหินของโลกก่อนจะเกิดการเน่าเปื่อย ขั้นตอนการเกิดกระบวนการเกิดรอยฟอสซิล (fossilization) นั้นซากสัตว์หรือพืชถูกกลบในชั้นตะกอนหรือชั้นโคลนอย่างฉับพลัน ในระหว่างนั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีมากมายขึ้น และระบบมีกลไกป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น โดยอาศัยกระบวนการผันเปลี่ยนแร่ธาตุแทนที่บนซากสิ่งมีชีวิต (เพื่อไม่ให้ชิ้นส่วนต่างๆเกิดการสึกกร่อน-ผู้แปล)

รอยฟอสซิลเป็นหลักฐานสำคัญที่สามารถบอกรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตก่อนยุคประวัติศาสตร์ได้ อย่างชัดเจน รอยฟอสซิลที่ถูกค้นพบหลายร้อยล้านชิ้นเป็นใบเบิกทางสู่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์และโครงสร้างของสิ่งมีชีวิตบนพื้นปฐพีนี้ได้เป็นอย่างดี โดยที่รอยฟอสซิลหลายล้านชนิดสามารถชี้กระจ่างถึงการกำเนิดสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดด้วยโครงสร้างที่มีความซับซ้อนและสมบูรณ์ทันทีที่จุติบนโลก และมันได้ปิดประตูการกลายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตลงอย่างราบคาบ ดังที่เราเคยรับทราบว่า สิ่งมีชีวิตเกิด “วิวัฒนาการ” หาได้ใช่ไม่  สิ่งที่ยืนยันได้ก็คือ การที่ไม่พบหลักฐานรอยฟอสซิล แม้แต่ชิ้นเดียว ที่เป็นเครื่องยืนยันการเกิดวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต (กล่าวง่ายๆ เราไม่เคยพบรอยฟอสซิลสิ่งมีชีวิตประเภทลูกครึ่งเลย-ผู้แปล) กลับกันนั้น (จากความซับซ้อนและความสมบูรณ์แบบของโครงสร้างสิ่งมีชีวิต-ผู้แปล)  

เรากลับเชื่อมั่นว่า ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนต้องอาศัยผู้สร้าง ต้องอาศัยผู้ควบคุมที่มีอำนาจสูงสุดเหนือสิ่งใดทั้งปวง ข้อสรุป(ที่ต้องการตอบโต้อย่างเต็มภาคภูมิ-ผู้แปล) ที่เป็นความจริงที่สุด คือ การพยากรณ์ว่าสิ่งมีชีวิตสามารถเกิดวิวัฒนาการได้ นั้นเป็นการสร้างฉาก เพื่อโกหกมวลประชาชี อย่างน่าตาเฉย

 

upic.me

ซากฟอสซิลของสิ่งมีชีวิตถูกกลบในชั้นดิน ส่วนเนื้อจะเน่าเปื่อยไป คงเหลือไว้เพียงส่วนกะโหลกและกระดูกเท่านั้น

 

upic.me

เมื่อเวลาผ่านไป ซากกระดูกจะถูกฝังในชั้นดินรองลงมา และมันก็เริ่มกลายมาเป็นรอยฟอสซิล

 

upic.me

เมื่อดินชั้นบนสุดกร่อนตัวลงมา ชั้นหินที่บรรจุรอยฟอสซิล ก็เริ่มดันตัวสู่ชั้นดินข้างบน

 

upic.me

รอยฟอสซิลโพล่ขึ้นเหนือผิวดินโดยอาจจะเกิดการดันตัวมันเองหรือ นักบรรพชีวินวิทยาได้ขุดขึ้นมา

 

upic.meupic.me

ฟอสซิลปลาดาว (Starfish) อายุ 490-443ล้านปี ซึ่งปลาดาวในอดีตกาลกับปลาดาวปัจจุบันมีโครงสร้างเหมือนกัน

 

upic.me

ฟอสซิลใบเบิร์ช (birch) ในยุคPaleicene อายุ 65.5-55ล้านปี 

 

upic.meupic.me

ฟอสซิลกบอายุ 50ล้านปี

 

upic.me

ตามที่ทฤษฎีวิวัฒนาการได้กล่าวไว้ว่า สิ่งมีชีวิตทุกชีวิตมีที่มา จากบรรพบุรุษเดียวกัน สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดนั้นเกิดขึ้นมาจากสิ่งมีชีวิตก่อนหน้าโดยอาศัยวิถีแห่งการเปลี่ยนแปลงค่อยเป็นค่อยไปจากรุ่นสู่รุ่น เป็นเวลายาวนานมาเกือบล้านๆปี ถ้ามันเป็นจริงตามคำกล่าวอ้างของทฤษฎีวิวัฒนาการแล้ว เราก็จะพบสิ่งมีชีวิตที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลง หรือ อยู่ในช่วง “วิวัฒนาการ” จากสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง เป็นจำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่น เราอาจจะพบกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่อยู่ระหว่างครึ่งปลา/ครึ่งสัตว์เลื่อยคลาน(ถ้ามันมีจริง) ซึ่งสามารถทำเนาได้ว่า สัตว์เลื่อยคลานมีการเปลี่ยนแปลงจากจากพี่น้องของมันที่เป็นปลาก็ได้ หรือเราอาจจะพบกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่อยู่ระหว่างครึ่งสัตว์เลื่อยคลาน/ครึ่งนก และเราก็สามารถอือออ ได้ว่าสัตว์ปีกสามารถเกิดวิวัฒนาการจากสัตว์เลื่อยคลานได้เช่นกัน

ในความเป็นจริงแล้วสิ่งมีชีวิตต่างๆไม่ได้เกิดจากกระบวนการวิวัฒนาการตามที่มีบุคคลได้แอบอ้างไป ทุกสิ่งมีชีวิตต่างมีที่มาจากการสร้างของพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงปรีชาญาณสูงสุด ระบบอวัยวะต่างๆรวมทั้งกะโหลกของสิ่งมีชีวิตล้วนแต่มาจากการอเนกสรรของพระเจ้าทั้งสิ้น หาได้เกิดจากวิวัฒนาการไม่ 

 

ความพยายามในการค้นหารอยฟอสซิลจากพื้นพิภพ มีมาเกือบ 150 ปีมาแล้ว การค้นพบดังกล่าวสามารถยืนยันได้ว่า ปลาก็ยังก็เป็นปลา แมลงก็ยังคงเป็นแมลง นกก็ยังคงเป็นนก และสัตว์เลื่อยคลานก็ยังคงเป็นสัตว์เลื่อยคลานอยู่วันยังค่ำ ไม่มีรอยฟอสซิลอันใดเลยที่เกิดการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งมีชีวิตหนึ่งไปเป็นสิ่งมีชีวิตหนึ่ง จากปลากลายเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ หรือจากสัตว์เลื่อยคลานกลายเป็นวิหค เป็นต้น และเรากลับไม่พบสัญญาณอันไหนเลย ที่บ่งบอกถึงสิ่งมีชีวิตสามารถสืบสกุลจากสิ่งมีชีวิตกลุ่มอื่นได้ จากหลักฐานรอยฟอสซิลนี้เอง เป็นต้นเหตุหลักที่ต้อง รื้อถอนทฤษฎีวิวัฒนาการออกจากสารบบโดยทันที

นอกจากบรรยายรายละเอียดรูปแบบการเกิดสิ่งมีชีวิตแล้ว รอยฟอสซิลยังสามารถบอกความเป็นมาเป็นไปของดาวเคราะห์ดวงนี้ในครั้นอดีตกาลได้  กล่าวคือ สามารถบอกรายละเอียดการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในเพลาก่อนๆได้อีกด้วย

การศึกษาฟอสซิลวิทยาเป็นที่ดึงดูดความสนใจของนักวิจัย มาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณแล้ว ถึงแม้ว่า พวกเขาเหล่านั้น (นักวิจัยรุ่นบรรพกาล-ผู้แปล) จะใช้วิธีการศึกษาในรูปแบบที่ต่างกันก็ตาม (ซึ่งก็นับว่าเป็นการเบิกทางที่ดี-ผู้แปล) โดยเฉพาะในช่วงกลางศตวรรษที่ 17 งานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์สองท่านนาม

 

upic.me

นักวิจัยศึกษารอยฟอสซิลที่ Ediacara Formationใน ออสเตรเลีย

Robert Hooke (เจ้าของหนังสือชื่อ Micrographia พิมพ์ปีค.ศ. 1665และ Earthquakes พิมพ์ปีค.ศ. 1668) และ Niels Stensen (อาจรู้จักในนาม Nicolus Steno) ในช่วงเวลาที่ทั้งสองต่างขะมักเขม้นศึกษารอยฟอสซิลสิ่งมีชีวิตนั้น  มีนักวิจารณ์หลายคน (ในขณะนั้น-ผู้แปล) ไม่เชื่ออย่างสนิทใจถึงรอยฟอสซิลที่ค้นพบเป็นซากของสิ่งมีชีวิตในครั้นอดีต ซึ่งหัวใจหลักของการถกเถียงในสมัยนั้น เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม ในเรื่องความเป็นไปได้ (มากน้อยเพียงใด-ผู้แปล) ที่รอยฟอสซิลจะกลบซากสิ่งมีชีวิตเอาไว้ แทนที่จะซักถามในประเด็นสถานที่ค้นพบ หรือถกในลักษณะทางธรณีวิทยาของมัน (ซึ่งมันสามารถเพิ่มรอยหยักในสมองมากกว่า-ผู้แปล)

ส่วนใหญ่รอยฟอสซิลมักถูกค้นพบบริเวณภูเขา (ซึ่งนักวิจารณ์ในอดีตเกิดการค้านต่อความคิดของเขา-ผู้แปล) ยกตัวอย่างเช่น เป็นไปไม่ได้เลย จะยอมรับการค้นพบรอยฟอสซิลของปลาในชั้นหินเหนือระดับน้ำทะเลขึ้นไป  ซึ่ง Steno ได้อธิบาย (สาเหตุการค้นพบซากฟอสซิลในบริเวณภูเขา-ผู้แปล) ไว้ว่าความสูงเหนือระดับน้ำทะเลจะลาดต่ำลงเมื่อเวลาผ่านไป (กล่าวคือระดับน้ำทะเลในอดีตจะสูงกว่าในปัจจุบัน-ผู้แปล)   หรือ Hooke ได้ให้คำอธิบายอีกทัศนะหนึ่งว่า อาจจะเป็นไปได้ในอดีตอาจจะเกิดแผ่นดินไหวเนื่องจากการปะทุของภูเขาไฟใต้ทะเลจนมัน ดันพื้นดินให้สูงขึ้นกลายเป็นภูเขาขึ้นมา (จึงไม่น่าแปลกใจที่จะค้นพบซากสิ่งมีชีวิตบนภูเขาได้-ผู้แปล) 

 

upic.me

ภาพถ่ายของโลกผ่านดาวเทียม

 

จากข้อสันนิษฐานเรื่อง รอยฟอสซิลสามารถเก็บรักษาซากสิ่งมีชีวิตในอดีต ของ Robert Hooke และ Niels Stensen ทำให้เกิดความกระตือรือร้นในการศึกษารอยฟอสซิลสิ่งมีชีวิตมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในศตวรรษที่ 18 และ19 ศาสตร์ทางธรณีวิทยาได้เจริญขึ้น ทำให้เกิดระบบรวบรวมรอยฟอสซิลและมีการระบุรายละเอียดของมันอย่างชัดเจน ในช่วงนี้ เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่และการทำถนนหนทาง (มีการขุดเจาะแผ่นดิน ภูผามากขึ้น-ผู้แปล) ทำให้มีมีการค้นพบรอยฟอสซิลมากขึ้น

ศาสตร์ธรณีวิทยาสมัยใหม่เปิดเผยเกี่ยวกับข้อมูลเปลือกโลก ซึ่งถูกปกคลุมด้วยองค์ประกอบของเปลือกโลกแผ่นใหญ่ที่เรียกว่า “เพลท” ซึ่งเพลทแต่ละแผ่นจะเคลื่อนตัวปกคลุมพื้นผิวโลกอยู่ตลอดเวลา  กลายเป็นส่วนของพื้นทวีปและพื้นสมุทร เมื่อเพลทเกิดการเคลื่อนตัวอย่างรุนแรงอาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงธรณีของโลกได้ เช่น เกิดการดันตัวของภูเขาใต้น้ำเนื่องจากการชนกันระหว่างพื้นทวีป เป็นต้น

 

upic.me

 

งานวิจัยทางภูมิศาสตร์แสดงให้เห็นการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกและการเกิดภูเขา ซึ่งเป็นผลจากการชนกันของแผ่นเลือกโลกขนาดใหญ่ “เพลท” จากแผนภาพด้านบนแสดงการเกิดภูเขาหิมาลัย หลังจากที่แผ่นอินเดียเคลื่อนตัวเข้าหาแผ่นยูเรเซียเมื่อประมาณ 145 ล้านปีที่แล้ว ส่งผลให้พื้นมหาสมุทรเลื่อนลงไปใต้แผ่นยูเรเซีย

                การรวมตัวของแผ่นอินเดียกับแผ่นยูเรเซียภายใต้การปะทุของมหาสมุทรใต้แผ่นยูเรเซีย ทำให้เกิดถูเขาหิมาลัย

 

รอยฟอสซิลที่อยู่ในชั้นหินที่แตกต่างกันสามารถบอกข้อมูลการดำรงของสิ่งมีชีวิตในช่วงเวลาที่ต่างกัน ซึ่งรอยฟอสซิลที่ค้นพบนี้ส่วนใหญ่ล้วนมีอายุมากว่าร้อยล้านปี

 

upic.me

ภาพแสดงซากฟอสซิลแมลงทะเล (Trilobites) มีชีวิตในยุค Ordovician (อายุ 490 ถึง443ล้านปี) และฟอสซิลหอยทาก (Gastropod) มีชีวิตในยุค Silurian (อายุ 443 ถึง417 ล้านปี และเราสามารถทำนายอายุของชั้นหิน ประมาณ 448-442ล้านปี

 

ในการวิจัยรอยฟอสซิล มักจะศึกษาชั้นหินชนิดเดียวกันและอยู่ในลำดับชั้นเดียวกัน เท่านั้น การค้นพบรอยฟอสซิลในชั้นหินแตกต่างกันนี้ สามารถบ่งบอกกลุ่มของสิ่งมีชีวิตที่ค้นพบต่างกันด้วย ซึ่งซากกลุ่มสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด ถูกฝังในชั้นหินที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะ เรียกว่า “ลายมือชื่อ” (signature )  ฟอสซิลลายมือชื่อ (signature fossils) นี้จะมีความหลากหลายตามแต่ช่วงเวลา และพื้นที่ที่สิ่งมีชีวิตเคยอาศัยอยู่  หรือบริเวณสภาพสิ่งแวดล้อมและลักษณะตะกอนที่แตกต่างกันอาจจะค้นพบรอยฟอสซิลที่เหมือนกันภายใต้ช่วงเวลา (ทางธรณีวิทยาได้กำหนดไว้-ผู้แปล) เดียวกัน หรืออาจจะค้นพบรอยฟอสซิลที่มีลักษณะ “ลายมือชื่อ” เหมือนกันในหินที่แตกต่างกันห่างออกไปหลายกิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์นิยมจำแนกรอยฟอสซิลตามช่วงเวลาทางธรณีวิทยามากว่า (ซึ่งจะกล่าวต่อไปในฉบับหน้า-ผู้แปล)

 

ฟอสซิลที่ใช้บอกอายุของชั้นหินได้ เรียกว่า “ฟอสซิลดัชนี” ซากสิ่งมีชีวิตจะถูกกลบใต้ชั้นหินเฉพาะเท่านั้น ซึ่งง่ายต่อการจัดจำแนกอายุและศึกษารายละเอียดของชั้นหินที่บรรจุซากสิ่งมีชีวิต

 

upic.me

 

1.      Harun Yahya, "Atlas of Creation1", GLOBAL PUBLISHING, November 2008.18-23.

2.      สมาชิกอัซซาบิกูน เว็บไซต์ www.อิสลาม.net    www.antirafidah.com