อิม่าม อัล-หะซัน อิบนฺ อะลี อัล-บัรบะฮารียฺ

เจ้าของตำราคลาสสิคของ อะหฺลิซซุนนะฮฺ อิม่าม อัล-หะซัน อิบนฺ อะลี อัล-บัรบะฮารียฺ รฮ. เสียชีวิตในปี ฮ.ศ.329 เป็นอิม่ามในยุคปลายๆยุคสะลัฟ


อิม่าม บัรบะฮารียฺ เผยแพร่ซุนนะฮฺอย่างหนักหน่วง เพราะในช่วงปลายยุคสะลัฟ บรรดาอะหฺลุลบิดอะฮฺ และอะหฺลุลบาฏิล เริ่มมีจำนวนมากขึ้น และหลายพวกกลายเป็นผู้มีอำนาจมีกำลัง

อิม่าม บัรบะฮารียฺ รฮ. เป็นที่เคารพและรู้จักในสายตาคนทั่วไปและบรรดาผู้ปกครอง แต่อย่างไรก็ตาม ศัตรูของท่านจากหมู่ อะหฺลุลฎอลาละฮฺ พยายามยุแยงให้ผู้ปกครองจัดการท่าน จนกระทั่งในปี ฮ.ศ. 321 คอลีฟะฮฺ อัล-กอฮีร ได้ออกคำสั่งให้ อิบนุ มุกละฮฺ จับกุมตัวอิม่าม บัรบะฮารียฺ และลูกศิษย์ของท่าน 

หลังจากคอลิฟะฮฺ อัล-กอฮีร ได้พ้นไป คอลีฟะฮฺคนใหม่ อัร-รอดียฺ ก็ขึ้นแทน พวกอะหฺลุลบิดอะฮฺ ก็ยุแยงให้คอลิฟะฮฺ จัดการกับ อิม่าม บัรบะฮารียฺ คอลีฟะฮฺ จึงสั่งการให้ บัดรฺ อัล-หะรอซียฺ ไล่ล่าอิม่าม บัรบะฮารียฺ ทำให้ท่านอิม่าม ต้องหลบซ่อนตัว ท่านเสียชีวิตในปี ฮ.ศ.329 ด้วยวัย 70 กว่าปี ในขณะที่กำลังหลบหนีการไล่ล่า

ท่าน อิบนุ อบี ยะอฺลา ได้กล่าวว่า :มุหัมมัด อิบนฺ อัล-หะซัน อัล-มุกรียฺ ได้เล่าให้ฉันฟังว่า ปู่ของฉัน และย่าของฉัน ก็ได้เล่าให้ฉันฟังว่า :

อบู มุหัมมัด อัล-บัรบะฮารียฺ ได้ซ่อนตัวที่บ้านของน้องสาวของ ตูซูน ในฝากตะวันออกของเมือง บัฆดาด ใกล้ๆกับห้องอาบน้ำสาธารณะ เขาอยู่ที่นั่นได้เกือบเดือน แล้วเลือดของเขาก็หยุดไหลเวียน(หมายถึง ตาย) ในขณะที่กำลังซ่อนตัวอยู่ น้องสาวของ ตูซูน ก็ได้บอกคนใช้ให้หาคนมาอาบน้ำญะนาซะฮฺ ส่วนนางเดินไปปิดประตูบ้าน พอนางกลับมานางก็ได้เห็น มีผู้ชายยืนอยู่เต็มไปหมด สวมชุดเขียวบ้าง ชุดขาวบ้าง หลังจากละหมาดญะนะซะฮฺเสร็จ นางก็ไม่เห็นใครอีกเลย นางจึงเรียกคนใช้มาสอบถาม "เจ้าทรยศฉันกับพี่ชายใช่ไหม ?(ที่ไปตามคนอื่นมาช่วยมากมาย)" คนใช้ก็ได้ตอบว่า "ท่านไม่เห็น ในสิ่งที่ฉันเห็นหรือ ?" นางตอบว่า "ใช่" คนใช้จึงบอกต่อว่า "นี่คือกุญแจบ้าน และประตูก็ยังถูกล็อคอยู่" นางจึงเข้าใจสิ่งที่เห็นทั้งหมด และได้สั่งคนใช้ว่า "ฝังร่างของอิม่ามไว้ในบ้านฉัน และเมื่อฉันตาย ก็ให้ฝังร่างฉันไว้ข้างๆร่างของเขา"

-----------------------
นี่คือ ความสุดยอดของชนยุคก่อนหน้าพวกเรา(สะลัฟ) ผู้ซึ่งเขียนกีตาบที่ดีที่สุดเล่มหนึ่ง ส่งต่อสายธารแห่ง อะหฺลิซซุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺ พันกว่าปี กว่าจะมาถึงพวกเรา

เเปลเเละเรียบเรียงโดย   
Mustafa Khan Al Kanchanaburi